สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
วันที่นำเข้าข้อมูล 13 ก.ค. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 13 ก.ค. 2567
สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
ณ ห้องแถลงข่าว และทาง Facebook live กระทรวงการต่างประเทศ
๑. ผลการเยือนไทยของผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของสาธารณรัฐอียิปต์
- เมื่อวันที่ ๕ - ๘ ก.ค. ๒๕๖๗ ศาสตราจารย์ ดร. อะห์เมด มุฮัมมัด อะห์เมด อัล-ฏอยยิบ ผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ได้เดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล โดยการเยือนไทยของผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามฯ ตรงกับวาระครบรอบ ๗๐ ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
- ในการเยือนครั้งนี้ ผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามฯ ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ตลอดจนได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรี โดยมีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการหารือด้วย
- ระหว่างการหารือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้ยินดีกับโอกาสครบรอบ ๗๐ ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ และมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมิติด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ฝ่ายไทยยังได้ขอบคุณฝ่ายอียิปต์ที่มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร (Al-Azhar University) อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ภาษาอาหรับของมหาวิทยาลัยอัล อัซฮัร ในไทย
- นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามฯ ยังได้พบหารือกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี และกล่าวปาฐกถาพิเศษในประเด็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมที่มีความแตกต่างทางศาสนาและชาติพันธ์ุ การดำเนินแนวทางสายกลาง รวมถึงการส่งเสริมการหารือระหว่างศาสนา (Interfaith Dialogue) และการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระหว่างประเทศ
๒. ผลการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ รมว.กต.
- เมื่อวันที่ ๘ - ๑๐ ก.ค. ๒๕๖๗ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการเยือนจีนครั้งแรกภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการฯ
- ในการเยือนครั้งนี้ รัฐมนตรีฯ ได้เป็นประธานร่วมกับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในการประชุมกลไกการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย - จีน ครั้งที่ ๒ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือความร่วมมือในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจ อาทิ การส่งสินค้าเกษตรไปจีน ความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจในระยะยาวผ่านนโยบาย IGNITE Thailand และความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานทดแทน รวมทั้งได้หารือการเพิ่มความร่วมมือแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ
- รัฐมนตรีฯ ได้ใช้โอกาสนี้ขอบคุณฝ่ายจีนที่ตอบรับให้อัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง มาประดิษฐานที่ไทยเป็นการชั่วคราว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถือเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองการครบรอบ ๕๐ ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน ในปี ๒๕๖๘ ด้วย
- ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับกรอบอาเซียน - จีน และกรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้าง พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ และเห็นพ้องจะร่วมมือกันมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
- ในการเยือนครั้งนี้ รัฐมนตรีฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายหาน เจิ้ง รองประธานาธิบดีจีน รวมถึงพบหารือกับนายหลิว เจี้ยนเชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน และนายเก๋อ ไห่เจียว ประธาน Bank of China ด้วย ซึ่งได้หารือกับเกี่ยวกับการลงทุนในสาขาอุตสาหกรรมสาขาต่าง ๆ ในไทย เช่น Semiconductor ยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
๓. การเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการและการเข้าร่วม BIMSTEC FM Retreat ครั้งที่ ๒ ของ รมว.กต. ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย
- นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๒ ก.ค. ๒๕๖๗
- ในวันที่ ๑๒ ก.ค. ๒๕๖๗ รัฐมนตรีฯ มีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับนาย Jaishankar รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เพื่อกระชับความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน ผลักดันการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง นโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกของรัฐบาล การส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนกับเอเชียใต้ และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน
- นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ จะมีกำหนดการพบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา และหารือสามฝ่ายกับรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียและเมียนมาด้วย โดยการเยือนครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างประเทศและสถานการณ์ในภูมิภาคที่ทุกฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน
- ในระหว่างการเยือนอินเดียครั้งนี้ รัฐมนตรีฯ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรี BIMSTEC อย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ ๒ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศ BIMSTEC ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการผลักความร่วมมือในกรอบ BIMSTEC การเสริมสร้างความแข็งแกร่งขององค์กร ความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ ๖ ของไทยในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งรัฐมนตรีฯ ได้เน้นย้ำบทบาทนำของไทยในฐานะประธาน BIMSTEC ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ เพื่อขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือไปสู่อนาคตที่มั่งคั่ง ยั่งยืน ฟื้นคืน และเปิดกว้าง ภายใต้วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ ๒๐๓๐
- นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ พร้อมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มสมาชิก BIMSTEC ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีอินเดียเพื่อหารือแนวทางการพัฒนา BIMSTEC ในอนาคตด้วย
- ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีฯ ได้เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่าย: ไทย-อินเดีย สายธารแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงนิวเดลีด้วย
๔. ภารกิจ รมว. กต. และ ผช. รมต. ในห้วงสัปดาห์หน้า
๔.๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดร่วมพิธีเปิดสำนักงาน BOI ณ กรุงริยาด
- ในวันที่ ๑๔ ก.ค. ๒๕๖๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย เพื่อเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน (BOI) ณ กรุงริยาด ซึ่งจัดโดย BOI
- สำนักงาน BOI ณ กรุงริยาด จะเป็นสำนักงาน BOI ในต่างประเทศแห่งที่ ๑๗ และเป็นแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยจะรับผิดชอบทั้งภารกิจดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้าสู่ประเทศไทย และการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไทยที่สนใจไปลงทุนในตะวันออกกลาง
- นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ จะนำคณะหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทย รวมกว่า ๗๐ คน เดินทางไปจัดงาน "Thai - Saudi Investment Forum" ซึ่งเป็นการประชุมภาคธุรกิจครั้งใหญ่ และภายในงานจะมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจด้วย
- ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีฯ มีกำหนดหารือทวิภาคีกับผู้แทนระดับสูงของซาอุดีฯ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่าง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซาอุดีอาระเบีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน ซาอุดีอาระเบีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำ และเกษตร ซาอุดีอาระเบีย
- ทั้งนี้ หลังจากรัฐบาลไทยและซาอุฯ ได้ฟื้นความสัมพันธ์กันในปี ๒๕๖๕ รัฐบาลทั้งสองฝ่าย ได้จัดคณะเดินทางเยือนซึ่งกันและกันมากกว่า ๑๐ ครั้ง รวมทั้งเร่งสร้างความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ทำให้มีแนวโน้มความสนใจลงทุนเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าไทย- ซาอุดีฯ มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกันอย่างจริงจัง
๔.๒ ผช.รมต. ร่วมการประชุม High Level Political Forum on Sustainable Development 2024 (HLPF) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
- นายรัศม์ ชาลีจันทร์์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ จะเข้าร่วมการประชุม HLPF ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เป็นการประชุมประจำปี เพื่อติดตามทบทวนการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ (2030 Agenda for Sustainable Development)
- การประชุมดังกล่าวแบ่งออกเป็น ๒ ช่วง คือ ระหว่าง ๘ - ๑๒ ก.ค. ๒๕๖๗ เป็นการหารือเชิงลึกและทบทวนการปฏิบัติในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในขณะที่ ผช.รมต. และคณะ จะเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Segment) ในช่วง ๑๕ - ๑๗ ก.ค. ๒๕๖๗
- นอกจากนี้ ผช.รมต. จะได้ใช้โอกาสในห้วงการประชุมฯ พบหารือทวิภาคีกับผู้แทนระดับสูงจากประเทศและองค์กรต่างๆ รวมถึงผู้บริหารของ UN เพื่อส่งเสริมและผลักดันความร่วมมือกับไทยในมิติต่างๆ ต่อไปด้วย
๕. กรณีรายงานของผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติด้านสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา
- กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวแล้ว ๒ ครั้งแล้ว เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๗ และอีกครั้งเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๗ ว่าได้รับทราบเนื้อหาของรายงานดังกล่าว และได้ยืนยันตามแถลงการณ์ของธนาคารพาณิชย์ของไทยหลายแห่งว่า ทางธนาคารไม่สนับสนุนการจัดซื้ออาวุธและสรรพาวุธกับองค์กรทางทหารของเมียนมา รวมถึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันและห้ามนำธุรกรรมทางการเงินของภาคธนาคารไปใช้ในการจัดซื้ออาวุธที่นำไปใช้ละเมิดสิทธิมนุษยชน
- ตามที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งรัฐฯ ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ ทราบว่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมโดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และรายงานผลการตรวจสอบภายใน ๓๐ วัน ต่อคณะกรรมาธิการฯ
- ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลไทยต้องการเห็นความสงบในเมียนมาโดยเร็ว สนับสนุนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหันมาพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนในทุกรูปแบบ และให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวเมียนมา และปฏิบัติตามข้อมติของสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด และกระทรวงฯ จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย และ ปปง. ต่อไปในประเด็นนี้
๖. การแจ้งความร้องทุกข์สำหรับคนไทยในต่างประเทศที่อาจตกเป็นเหยือของขบวนการอาชญากรรมออนไลน์
- ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งเตือนชุมชนไทยในต่างประเทศเกี่ยวกับกระบวนการ call center ที่ได้หลอกลวงคนไทยในหลายประเทศ และหลายกรณีได้ แอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ ด้วย นั้น
- เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพิจารณาจัดทำแนวทาง และช่องทางการแจ้งความร้องทุกข์สำหรับคนไทยในต่างประเทศที่อาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ตอบรับด้วยดี และกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับคนไทยในต่าประเทศ ที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่ทำธุรกรรมผ่านบัญชีในไทยไว้ ดังนี้
- แจ้งศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th หรือโทรปรึกษาสายด่วน AOC เบอร์ ๑๔๔๑ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงเพื่อเร่งอายัดบัญชีคนร้าย
- ดำเนินการลงทะเบียนในระบบ
- จัดเตรียมข้อมูลของตนเองที่ต้องการแจ้งความ พร้อมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลของคนร้าย
- ผู้แจ้งจะได้รับแจ้ง (CASE ID) จากทางระบบ โดยสามารถนำเลขแจ้งไปติดตามความคืบหน้าของคดีผ่านระบบออนไลน์ได้
- ระบบจะประมวลผลความเชื่อมโยงของคดีที่เกิดขึ้นเพื่อพิจารณามอบหมายต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนต่อไป
รับชมย้อนหลังที่: https://www.facebook.com/share/v/xQJjSB4McyVm3KVa/?
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.