สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันศุกร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันศุกร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
วันที่นำเข้าข้อมูล 19 เม.ย. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 19 เม.ย. 2567
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
วันศุกร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น. ณ ห้องแถลงข่าว
และทาง Facebook live กระทรวงการต่างประเทศ
๑. การดำเนินการของไทยต่อความคืบหน้าสถานการณ์ในเมียนมา
- ภายหลังจากเหตุการณ์ที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมาเข้าควบคุมเมืองเมืองเมียวดี ซึ่งเป็นช่องทางการค้าชายแดนและประชาชนไทย-เมียนมาผ่านเข้าออกที่สำคัญ ฝ่ายไทยได้เตรียมความพร้อมในหลายมิติและเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น อาทิ การปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมากับฝ่ายต่อต้านที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนไทยตามแนวชายแดน รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีผู้หนีภัยการสู้รบข้ามมายังประเทศไทย
- ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามสถานการณ์ในเมียนมาโดยตรง ซึ่งจะเริ่มประชุมเร็ว ๆ นี้
- ทั้งนี้ ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านมนุษยธรรมเป็นอันดับต้น และพร้อมจะพูดคุยกับทุกฝ่าย หากทุกฝ่ายพร้อมให้ไทยเข้าไปพูดคุยด้วย และไทยมีความยินดี หากแต่ละฝ่ายเห็นประโยชน์ที่จะให้มีไทยเข้าไปร่วมหารือด้วย
- ในฐานะเพื่อนบ้าน ไทยสนับสนุนการพูดคุยและการปรองดองเพื่อนำไปสู่สันติภาพ ความมั่นคง และเอกภาพในเมียนมา โดยต้องเป็นผลจากการพูดคุยและการหาแนวทางร่วมระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ภายในเมียนมาเอง
- ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา ขณะนี้ ฝ่ายไทยอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางที่จะเพิ่มและขยายการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม โดยจะเริ่มพูดคุยกับองค์การระหว่างประเทศตามแนวชายแดนและองค์กรประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง โดยมีแผนจะเชิญมาแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกันภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า
๒. การเตรียมการของไทยต่อสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน
- ตามที่เกิดเหตุความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน จากที่อิสราเอลโจมตีอาคารสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในกรุงดามัสกัต ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗ และอิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนประมาณ ๓๐๐ ลูกตอบโต้ไปยังอิสราเอล เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๗ ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ทั้งที่กรุงเทลอาวีฟและกรุงเตหะราน ได้ติดต่อประสานกับชุมชนไทยในทั้งสองประเทศ เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพัฒนาการของสถานการณ์เป็นระยะ
- เช้านี้ (๑๙ เมษายน) สถานการณ์มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงฯ ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในกรณีฉุกเฉิน
- เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๗ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ร่วมหารือเพื่อหาแนวทางและทางเลือกต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ รวมถึงในกรณีที่ต้องมีการอพยพคนไทยไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรืออพยพกลับประเทศไทยด้วย
- ไทยขอย้ำให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงและส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขณะที่คนไทยในพื้นที่ที่ห่วงกังวลในความปลอดภัย สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ทันที และขอให้ชุมชนไทยในพื้นที่ติดตามการแจ้งข่าวสารของทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตทั้งสองแห่งพร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน
๓. การเยือนกรุงปารีสของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อยื่นเอกสารแสดงเจตจำนงการสมัครสมาชิก OECD ของไทย (๑๕-๑๗ เมษายน)
- เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๗ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เดินทางเยือนกรุงปารีส ตามคำเชิญของนายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD เพื่อยื่นเอกสารแสดงเจตจำนงการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย โดยได้กล่าวถ้อยแถลงและแลกเปลี่ยนความเห็นกับที่ประชุมคณะมนตรี OECD ในประเด็นการสมัครสมาชิก OECD ของไทย
- รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เน้นย้ำความพร้อมและความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในโอกาสแรก พร้อมย้ำค่านิยมและเป้าหมายร่วมของประเทศไทยกับประเทศสมาชิก OECD โดยเฉพาะเรื่องประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ สิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจตลาดแบบเปิดและเสรี ความยั่งยืน ความครอบคลุม และการเปลี่ยนผ่านสีเขียว อีกทั้งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ OECD ที่มีมายาวนานกว่า ๔๒ ปี พร้อมทั้งย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นประเทศพัฒนาแล้วของไทยภายในปี ๒๕๘๐ ซึ่งประเทศสมาชิกมีท่าทีสนับสนุน
- OECD เป็นองค์การระหว่างประเทศชั้นนำที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบายระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การต่อต้านคอร์รัปชัน ธรรมาภิบาล การศึกษา นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม
- ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ไทยและ OECD จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อยกระดับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ความยั่งยืน และธรรมาภิบาล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนการค้าและการลงทุน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และพัฒนาประเทศให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางในอนาคต
- การศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า หากไทยเข้าเป็นสมาชิกจะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยโตขึ้นร้อยละ ๑.๖ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท และสนับสนุนให้ไทยสามารถพัฒนาจากประเทศที่ติดกับรายได้ปานกลางไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้
๔. การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ (๑๖-๑๘ เมษายน)
- เมื่อวันที่ ๑๖ – ๑๘ เมษายน ๒๕๖๗ นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมคณะ ซึ่งรวมถึงคณะนักธุรกิจนิวซีแลนด์ ได้เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ในรอบ ๑๑ ปี
- กำหนดการที่สำคัญ ได้แก่ การเยือนทำเนียบรัฐบาลในวันที่ ๑๗ เมษายน โดยนายกรัฐมนตรีได้หารือกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์ และแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกันในหลากหลายด้าน ซึ่งรวมถึงกลาโหมและความมั่นคง เศรษฐกิจ พลังงานสะอาด นวัตกรรม การศึกษาและวัฒนธรรม และความร่วมมือในระดับประชาชน ตลอดจนสถานการณ์ในภูมิภาค
- ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมรับรองถ้อยแถลงร่วม ซึ่งระบุถึงการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ภายในปี ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นวาระครบรอบ ๗๐ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-นิวซีแลนด์
- นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้เป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลง ๒ ฉบับ คือ (๑) ความตกลงด้านการศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กับมหาวิทยาลัยแมสซีย์ และ (๒) ความตกลงด้านการจัดหา ซ่อมแซม และการบำรุงรักษา ระหว่าง Thai Aviation Industries Co., Ltd. กับ NZSkydive Limited
๕. การร่วมพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ ๓๐ ปี การเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๑ ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (๒๑ เมษายน)
- ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๗ รองนายกรัฐมนตรีฯ จะเป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองการครบรอบ ๓๐ ปี การเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๑ “หนองคาย-เวียงจันทน์” ที่จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงตอนล่างขนาดใหญ่แห่งแรกที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างไทย ลาว กับออสเตรเลีย เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดหนองคายกับนครหลวงเวียงจันทน์
- สะพานแห่งนี้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๓๗ และก่อประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ในระดับประชาชน รวมถึงมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยกับลาว อีกทั้งยังเป็นช่องทางการขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับจุดผ่านแดนไทย-ลาวอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ ๓๕ ของการค้าชายแดนไทย-ลาวทั้งหมด
- ในช่วงเวลาเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะนำคณะทูตประเทศสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต และประเทศคู่เจรจา ประจำประเทศไทย เดินทางไปศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และศักยภาพทางเศรษฐกิจในพื้นที่ของจังหวัดหนองคายและจังหวัดอุดรธานี และจะเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ ๓๐ ปี การเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ ๑ ข้างต้นด้วย
๖. การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ (๒๔-๒๙ เมษายน)
- ในวันที่ ๒๔ - ๒๙ เมษายน ๒๕๖๗ เชค ฮาซีนา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ มีกำหนดเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี
- การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการผลักดันการจัดทำความตกลงการค้าเสรีที่จะช่วยขยายการค้าและเพิ่มโอกาสในการส่งออก รวมทั้งกระชับความร่วมมือในด้านเพื่อการพัฒนา ความเชื่อมโยง รวมถึงผ่านกรอบความร่วมมือเช่น BIMSTEC การส่งเสริมการท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระดับประชาชน
- ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ และนายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศและคณะ ณ ทำเนียบรัฐบาล
- ระหว่างห้วงการเยือน นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศมีกำหนดการสำคัญในการเข้าเฝ้าฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และจะเข้าร่วมการประชุมประจำปีของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) สมัยที่ ๘๐ ด้วย
* * * * *
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.