สรุปผลการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕
สรุปผลการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕
วันที่นำเข้าข้อมูล 11 ส.ค. 2565
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 11 ส.ค. 2565
สรุปผลการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๗.๐๐ น.
ทาง Facebook Live กระทรวงการต่างประเทศ
๑. การประชุม รมต.ตปท.อาเซียน ครั้งที่ ๕๕ และ กปช.ที่เกี่ยวข้อง (๒-๕ ส.ค. ๒๕๖๕)
- นายดอน ปรมัตถ์วินัย รนรม./รมว.กต. เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ ๕๕ และการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ที่กรุงพนมเปญ โดยมีผู้แทนเข้าร่วมการประชุมจำนวน ๓๙ ประเทศและองค์กร และมีการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งหมด ๑๗ การประชุม และได้รับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ จำนวน ๑๑ ฉบับ
- รนรม./รมว.กต.ได้ย้ำการสนับสนุนของไทยต่อการเป็นประธานอาเซียนของกัมพูชา และผลักดันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในฐานะที่ไทยเป็นผู้ประสานงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียน รวมทั้งเน้นย้ำความเป็นหนึ่งเดียวกันของอาเซียน และการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจผ่านการมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาท้าทายต่าง ๆ ตลอดจนผลักดันการมีท่าทีของอาเซียนร่วมกันต่อสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์ในเมียนมา
- รนรม./รมว.กต. ยังได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาอื่น ซึ่งปัจจุบันมี ๑๐ ประเทศ และ ๑ องค์กร ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐฯ รัสเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป เพื่อผลักดันความร่วมมือรอบด้านระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจานั้น ๆ
- รนรม./รมว.กต. ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศการประชุมระดับรัฐมนตรีกรอบอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three-APT) การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit-EAS) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) ซึ่งที่ประชุมฯ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสดงความห่วงกังวลในประเด็นสถานการณ์ภูมิภาคและโลก เช่น ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบไต้หวัน สถานการณ์ในยูเครน ทะเลจีนใต้ คาบสมุทรเกาหลี และเมียนมา โดยส่วนใหญ่ได้ย้ำความสำคัญในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
- รนรม./รมว.กต. ได้ร่วมแสดงความยินดีกับสถาบันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute: MI) (ซึ่งตั้งอยู่ที่ ม.ขอนแก่น) ที่ได้รับรางวัลอาเซียน (ASEAN Prize) ประจำปี ๒๕๖๔ จากการมีบทบาทในสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียน สนับสนุนความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่ช่วยสนับสนุนประชาคมอาเซียนทั้งสามเสาหลัก รวมส่งเสริมความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน และช่วยลดช่องว่างด้านการพัฒนาในอาเซียน
- ในโอกาสนี้ รนรม./รมว.กต. ได้หารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศต่าง ๆ ได้แก่ จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ ติมอร์-เลสเต ปากีสถาน กรีซ ออสเตรเลีย และแคนาดา เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับประเทศดังกล่าวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งหารือประเด็นสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งหลายประเทศให้ความสนใจและตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญของไทย
๒. การประชุม คกก.ระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคฯ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ (๘ ส.ค. ๒๕๖๕)
- นรม.เป็นประธาน กปช.คกก.ระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๕ ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี รนรม./รมว.กต.เข้าร่วมด้วย
- นรม.รับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านสารัตถะ ด้านอำนวยการและพิธีการ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร และด้านประชาสัมพันธ์ โดย นรม.ย้ำความสำคัญของการประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพเอเปคเพื่อให้สาธารณชนไทยเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นว่า การเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในครั้งนี้ตอบสนองต่อวาระของโลกและบริบทของประเทศไทยอย่างไร
- ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดให้วันที่ ๑๖ - ๑๘ พ.ย. ๒๕๖๕ เป็นวันหยุดพิเศษ เฉพาะในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจร อำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมประชุม รวมทั้งเพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเห็นชอบการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย
๓. กปช.คกก.ร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ ๑๔ และการประชุม คกก.ว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดนระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ ๕ ระหว่างไทยกับมาเลเซีย (๙ - ๑๐ ส.ค. ๒๕๖๕)
- รนรม./รมว.กต. และ ดาโตะ ซรี ไซฟุดดิน อับดุลละฮ์ รมว.กต.มาเลเซีย เป็นประธานร่วมของการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (JC) ครั้งที่ ๑๔ และการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ ๕ (JDS) ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ที่กรุงเทพฯ การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยบรรยากาศของมิตรภาพและได้มีการหารือกันอย่างสร้างสรรค์
- การประชุมเป็นไปเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นในทุกมิติภายใต้แนวคิด “เสริมสร้างความยืดหยุ่นฟื้นตัวได้ในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย” หมายถึงการเพิ่มพูนความร่วมมือ ส่งเสริมความยืดหยุ่นและความสามารถในการฟื้นตัวของทั้งสองประเทศ และรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ โดยที่ประชุมมุ่งเน้นการหารือโดยให้ความสำคัญกับ 3P ประกอบด้วย
- การเพิ่มพูนการปกป้องคุ้มครองให้แก่ประชาชน (protection) อาทิ
การบริหารจัดการชายแดน การรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ การรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง (prosperity) อาทิ การค้า การท่องเที่ยว ความเชื่อมโยง เศรษฐกิจดิจิทัล แรงงาน
- การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วน (partnership) ระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชน ความร่วมมือในภูมิภาคและระดับพหุภาคี
- การเพิ่มพูนการปกป้องคุ้มครองให้แก่ประชาชน (protection) อาทิ
- นอกจากนั้น รมว.กต. มาเลเซียได้เข้าเยี่ยมคารวะ นรม.ที่ทำเนียบรัฐบาล และได้เข้าพบหารือทวิภาคีกับ รนรม./รมว.กต. ที่ กต. เมื่อวันที่ ๙ ส.ค. ที่ผ่านมา รวมทั้งมีการแถลงข่าวร่วมภายหลังการประชุมด้วย
๔. กรณีคนไทยถูกปฏิเสธเข้าเมืองและถูกส่งกลับโดยทางการเกาหลีใต้
- จากกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีคนไทยเดินทางไปจังหวัดเจจู ประเทศเกาหลีใต้ และถูกปฏิเสธให้เข้าเมืองและถูกส่งกลับโดยทางการเกาหลีใต้ กต. ขอเรียน ดังนี้
- ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ได้ปฏิเสธการเข้าเมืองของคนไทยจำนวนมาก เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่า บุคคลดังกล่าวน่าจะเข้าเมืองด้วยวัตถุประสงค์ในการลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ซึ่งรวมถึงกรณีกลุ่มคนไทยที่เดินทางไปจังหวัดเจจูข้างต้น
- ตั้งแต่วันที่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๕ เป็นต้นมา ผู้ถือหนังสือเดินทางบุคคลธรรมดาของไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้เป็นระยะเวลาไม่เกิน ๙๐ วัน โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา อย่างไรก็ดี ผู้เดินทางต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติของทางการเกาหลีใต้ล่วงหน้าก่อนเดินทางไปเกาหลีใต้ ดังนี้
๑. ขอรับ K-ETA (Korea Electronic Authorization) มีรูปแบบคล้ายวีซ่า ซึ่งต้องกรอกแบบฟอร์มสมัครขอ K-ETA ทางระบบออนไลน์ และต้องรอให้ได้รับอนุมัติก่อน จึงจะเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปเกาหลีใต้ได้
๒. ขอ Q-Code ทางระบบออนไลน์ ผู้เดินทางต้องกรอกรายละเอียดการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-๑๙ ผลการตรวจโควิดแบบ ATK ที่ผลออกไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง หรือผลการตรวจโควิดแบบ RT-PCR ที่ผลออกไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง ก่อนขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปเกาหลีใต้ โดยผู้ที่ได้รับ Q-Code แล้ว จะสามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้โดยสะดวก และไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มรายงานผลการตรวจโควิด หรือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดฯ ก่อนเดินทางเข้าเกาหลีใต้อีก
- สำหรับคนไทยที่เดินทางไปยังเกาะเชจู ของเกาหลีใต้นั้น แม้ว่าจะยังไม่ต้องขอรับ K-ETA ในตอนนี้ แต่ในอนาคตอันใกล้ทางการเกาหลีใต้กำลังจะปรับให้ต้องมี K-ETA ล่วงหน้าก่อนเดินทางไปเที่ยวเกาะเชจูด้วย และสำหรับผู้ที่เดินทางไปเที่ยวเกาะเชจูโดยไม่ได้รับอนุมัติ K-ETA จะไม่สามารถเดินทางต่อไปยังเกาหลีใต้ในส่วนภาคพื้นทวีปได้ และผู้เดินทางที่เคยถูกปฏิเสธ K-ETA ในการเดินทางเข้าเกาหลีใต้ ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าเกาะเชจู
- แม้ว่าคนไทยที่ได้รับอนุมัติ K-ETA ให้ขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปเกาหลีใต้ได้แล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีใต้มีอำนาจในการอนุมัติ หรือไม่อนุมัติให้เข้าเกาหลีใต้ได้ หากสัมภาษณ์แล้วยังมีข้อสงสัยว่า คนไทยอาจเดินทางเข้าเกาหลีใต้เพื่อลักลอบทำงานในเกาหลีใต้แบบผิดกฎหมาย หรือเหตุผลอื่น ๆ โดยคนไทยที่ไม่ได้รับอนุมัติให้เข้าเกาหลีใต้ จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ส่งกลับประเทศไทย โดยสายการบินที่นำคนไทยเดินทางไปเกาหลีใต้โดยเร็วที่สุด
- ขอให้ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ ตรวจสอบข้อมูลกฎเกณฑ์การเดินทางเข้าเกาหลีใต้ และเอกสารการเข้าเมืองให้ครบถ้วน โดยสามารถศึกษาข้อมูลได้ตาม QR Code บนภาพฉาย (https://www.immigration.go.kr/immigration_eng/index.do) รวมทั้งสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สอท.เกาหลีใต้/ปทท. รวมทั้ง หมายเลขสายด่วน สอท. ณ กรุงโซล +๘๒ ๑๐ ๖๗๔๗ ๐๐๙๕ และ +๘๒ ๑๐ ๗๒๗๕ ๒๙๕๕
- ทั้งนี้ สถานะล่าสุดในเดือน มิ.ย. ๒๕๖๕ มีคนไทยพำนักอยู่ในเกาหลีใต้ ทั้งสิ้น ๑๘๑,๗๘๓ คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทยที่พำนักผิดกฎหมาย จำนวน ๑๓๙,๒๔๕ คน และมีนักโทษคนไทยซึ่งทำผิดคดีต่าง ๆ ตามกฎหมายเกาหลีใต้ ทั้งสิ้น ๕๓๒ คน
- สำหรับคนไทยที่ได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ให้เดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้แล้ว แต่ต่อมากระทำผิด กฎหมายในเกาหลีใต้ดังสาเหตุต่อไปนี้ จะได้รับโทษดังนี้
- (๑) พำนักอยู่ในเกาหลีใต้เกิน ๙๐ วัน จะถูกลงโทษให้ชำระค่าปรับตามจำนวนปีที่พำนักผิดกฎหมาย ซึ่งสามารถเลือกไม่ชำระค่าปรับได้ แต่จะไม่สามารถเดินทางกลับมายังเกาหลีใต้ได้อีกในอนาคต รวมทั้งถูกกักตัวในสถานกักกันประมาณ ๑ สัปดาห์ ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทย โดยคนไทยที่กระทำผิดกฎหมายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยด้วยตนเอง
- (๒) กรณีลักลอบทำงานแบบผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้จับกุม ก็จะถูกกักตัวในสถานกักกัน โดยหากไม่พบว่ามีความผิดอื่น (เช่น ยาเสพติด นายหน้า เมาแล้วขับ ฉ้อโกง หรือคดีอื่นๆ ) ปกติจะถูกส่งกลับประเทศไทยภายใน ๑ สัปดาห์ โดยคนไทยที่กระทำผิดกฎหมายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยด้วยตนเอง
- กต.จึงขอย้ำเตือนพี่น้องคนไทยอย่าลักลอบทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการละเมิดกฎหมายท้องถิ่นและต้องรับโทษแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์คนไทยในต่างประเทศอย่างมากด้วย
๕. รายการบันทึกสถานการณ์ และ MFA Update
- วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ส.ค. ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ - ๐๘.๔๕ น. รายการ “บันทึกสถานการณ์” ทาง FM 92.5 (ภาษาไทย) ได้สัมภาษณ์นายนรเศรษฐ์ ศรียมก นักการทูตปฏิบัติการ กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ในหัวข้อ “เรื่องเล่าของนักการทูตแรกเข้า” สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง youtube “MFA Thailand Channel”
- วันศุกร์ที่ ๑๒ ส.ค. ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๐๕ - ๐๘.๒๐ น. รายการ “MFA Update” FM 88.0 (ภาษาอังกฤษ) จะสัมภาษณ์นายต่อ ศรลัมพ์ กสญ. ณ นครลอสแอนเจลิส ในหัวข้อ "Highlighted Roles of Royal Thai Consulate-General in LA" สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง youtube “MFA Thailand Channel”
๖. รายการเวทีความคิด
- วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ส.ค. ๒๕๖๕ เวลา ๒๐.๓๐ - ๒๐.๕๘ น. รายการ “เวทีความคิด” ช่วงสายตรงจาก กต. จะสัมภาษณ์นายอภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ออท. ณ กรุงอังการา ในหัวข้อ “ไทยในเวทีโลก ปี ๒๕๖๕: บทบาทและความสำคัญของตุรกีในสงครามยูเครน-รัสเซีย และโอกาสของไทย” สามารถรับฟังได้ทาง FM 96.5 หรือรับฟังย้อนหลังทาง youtube “MFA Thailand Channel”
๗. รายการ Spokesman Live!!!
- วันศุกร์ที่ ๑๒ ส.ค. ๒๕๖๕ เวลา ๒๐.๐๐-๒๐.๓๐ น. รายการคุยรอบโลกกับโฆษก กต. - Spokesman Live!!! จะสัมภาษณ์นักการทูตแรกเข้า ปี ๒๕๖๕ ทั้งหมด ๓ ท่าน คือนายทยุต
มงคลรัตน์ นักการทูตปฏิบัติการ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ นายศิริธันย์ สิทธิธัญวัฒน์ นักการทูตปฏิบัติการ สำนักนโยบายและแผน และนายเอ้ยายา จอรถ นักการทูตปฏิบัติการ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ในหัวข้อ “คลื่นลูกใหม่วงการทูต อาชีพในฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อม” สามารถรับชมได้ที่ Facebook “กระทรวงการต่างประเทศ” และ “Saranrom Radio”
* * * * *
รับชมแถลงข่าวย้อนหลัง: https://fb.watch/eQz_7lBzwv/
คลิปแถลงข่าว: ช่อง Youtube “MFA Thailand Channel”
: https://www.youtube.com/user/mfathailand
กองการสื่อมวลชน
กรมสารนิเทศ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.