สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ก.พ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๓๐ น.
สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ก.พ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๓๐ น.
วันที่นำเข้าข้อมูล 22 ก.พ. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 22 ก.พ. 2567
สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ ๒๒ ก.พ. ๒๕๖๗ ที่ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ และ Facebook live
๑. การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุจากอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ
- กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ และรัฐบาลอินเดีย ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ตาม “โครงการธรรมยาตราพระบรมสารีริกธาตุจากมหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง” จาอินเดียมาประดิษฐาน
เป็นการชั่วคราวที่ในไทย ระหว่างวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ – ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ อุบลราชธานี และกระบี่ - กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สนับสนุนการประสานงานกับรัฐบาลอินเดียและการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ
- นับเป็นครั้งแรกที่ศาสนิกชนชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้านจะได้ร่วมสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “พระธาตุกบิลพัสดุ์” (Kapilvastu Relics) อัญเชิญมาจากพุทธวิหาร เมืองสาญจี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถือเป็นโอกาสในการส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมทั้งเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ในความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับอินเดียด้วย
- ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอเชิญชวนศาสนิกชนไทยและต่างชาติร่วมรับชมขบวนการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ ๒๓ ก.พ. ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดริ้วขบวนทางโทรทัศน์ช่อง ๙ และช่อง ๑๑ หรือผ่านทาง facebook live ที่หน้าเพจ facebook “Phralan” (พระลาน) จากนั้น ในเวลา ๑๗.๐๐ น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในมีพิธีเปิดงานและพิธีเจริญพระพุทธมนต์
- ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการถวายสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น.
- ประชาชนสามารถเข้าสักการะบูชา โดยขอความร่วมมือแต่งกายด้วยชุดสุภาพ งดเว้นสีดำ ตามวันและสถานที่ ดังนี้
- ระหว่างวันที่ ๒๔ ก.พ. – ๓ มี.ค ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
- ระหว่างวันที่ ๕ – ๘ มี.ค. ๒๕๖๗ ที่หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่
- ระหว่างวันที่ ๑๐ – ๑๓ มี.ค. ๒๕๖๗ ที่วัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) จังหวัดอุบลราชธานี
- ระหว่างวันที่ ๑๕ – ๑๘ มี.ค. ๒๕๖๗ ที่วัดมหาธาตุวชิรมงคล (วัดบางโทง) จังหวัดกระบี่
- ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทั้งในไทยและจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ ได้ตามวันและเวลาข้างต้น
๒. ภารกิจด้านการต่างประเทศของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
- รองนายกรัฐมนตรีฯ เดินทางเยือนกรุงเบอร์ลิน และนครเบรเมิน เยอรมนี ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๕ กุมภาพันธ์
- เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้มอบนโยบายให้ทีมประเทศไทยในเยอรมนี และร่วมงานเสวนาของมูลนิธิการเมือง Konrad Adenauer Stiftung (KAS) ที่จัดร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน โดยกล่าวเปิดงานเสวนาในหัวข้อ “Thailand and Germany: Perspectives and Opportunities in the Indo-Pacific” ซึ่งเป็นการส่งเสริมบทบาทด้านการต่างประเทศของไทย โดยเฉพาะด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- นอกจากนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อเสวนาเดียวกัน และร่วมเสวนาในอีกหัวข้อหนึ่ง กับอธิบดีกรมเอเชีย-แปซิฟิก กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี โดยมีผู้แทนภาควิชาการเยอรมนีและสมาชิกรัฐสภาเยอรมนีด้วย
- ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ รองนายกรัฐมนตรีฯ จะเดินทางไปยังนครเบรเมิน เพื่อกล่าวเปิดงานและเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองการก่อตั้งสมาคมเอเชียตะวันออกนครเบรเมิน (Ostasiatischer Verein Bremen: OAV Bremen) OAV Stiftungfest ครั้งที่ ๑๒๓ โดยจะมีผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจระดับสูงของรัฐเบรเมินเข้าร่วมประมาณ ๓๕๐ คน ซึ่งจะเป็นการสร้างเสริมความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจเยอรมนีในรัฐเบรเมิน โดยเฉพาะด้าน ยานยนต์ โลจิสติกส์ และการเดินเรือ
- การเยือนเยอรมนีในครั้งนี้ เป็นการสานต่อการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเยอรมนี เมื่อวันที่ ๒๔ – ๒๕ มกราคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา และนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเยือนเยอรมนีอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมนี้
- รองนายกรัฐมนตรีฯ เข้าร่วมการประชุม JC ไทย-อินเดีย ที่กรุงนิวเดลี ระหว่างวันที่ ๒๖ – ๒๘ กุมภาพันธ์
- รองนายกรัฐมนตรีฯ จะเดินทางเยือนอินเดีย เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย – อินเดีย ครั้งที่ ๑๐ (The 10th Meeting of India-Thailand Joint Commission for Bilateral Cooperation: JC) ร่วมกับ ดร. สุพรหมณยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ที่กรุงนิวเดลี หลังจากที่มีการประชุม JC ไทย – อินเดีย ครั้งที่ ๙ ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕
- การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีไทย – อินเดียให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการผลักดันการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง การส่งเสริมการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก การส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างกัน และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมอง ระหว่างประเทศและสถานการณ์ในภูมิภาคที่อยู่ในความสนใจร่วมกันด้วย
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำคณะนักธุรกิจเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถาน ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๕ กุมภาพันธ์
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะนำคณะนักธุรกิจไทยเดินทางไปคาซัคสถาน เพื่อแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
- คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีสำคัญมากที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชียกลาง มีทรัพยากรแร่ธาตุ น้ำมันสำรอง และสามารถผลิตแร่ธาตุต่าง ๆ ได้จำนวนมาก อีกทั้งในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากคาซัคสถานเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นถึงกว่า ๑๗๒,๒๘๒ คน และล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ขยายการยกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยวคาซัคสถานอีก ๖ เดือน (๑ มีนาคม – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๗)
- การเยือนดังกล่าวมีภารกิจ ดังนี้
- พบหารือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถาน ด้านการลงทุน เพื่อรับทราบตัวเลขการลงทุน สาขาอุตสาหกรรมสำคัญ นโยบายและมาตรการดึงดูดนักลงทุน และการขอรับการสนับสนุนการเจรจา Thailand - Eurasian Economic Union (EAEU) FTA
- พบหารือผู้แทนกระทรวงเกษตรคาซัคสถาน เพื่อรับทราบสินค้าเกษตรและอาหารหลัก ความเชี่ยวชาญ ห่วงโซ่คุณค่าและอุปทาน และหาแนวทางความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการเกษตรและอาหาร นอกจากนี้ คณะฯ จะพบหารือกับผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาซัคสถาน ระหว่างการเยือนครั้งนี้ด้วย
- พบหารือรัฐบาลท้องถิ่นแห่งเมืองอัลมาตี ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของคาซัคสถาน
- กล่าวเปิดงาน “Amazing Thailand : A Glimpse of the Land of Smiles”
๓. การประชุม Strategic Dialogue ไทย-สหรัฐฯ ครั้งที่ ๙ การประชุม Strategic and Defense Dialogue ไทย-สหรัฐฯ ครั้งที่ ๒ และการหารือยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศไทย-สหรัฐฯ (Defense Strategic Talks : DST) ครั้งที่ ๘ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ ๒๘ – ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗
- กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกับฝ่ายสหรัฐฯ ดังนี้
- การหารือ Thailand-U.S. Strategic and Defense Dialogue หรือการหารือ ๒+๒ ครั้งที่ ๒ โดยมีประธานร่วมฝ่ายไทย ได้แก่ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและปลัดกระทรวงกลาโหม และประธานร่วมฝ่ายสหรัฐฯ ได้แก่ นาย Daniel K. Kritenbrink ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และนาย Jedidiah P. Royal รองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ด้านกิจการความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก
- การหารือยุทธศาสตร์ไทย-สหรัฐฯ (Strategic Dialogue: SD) ครั้งที่ ๙ ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยกับสหรัฐฯ
- การหารือยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศไทย-สหรัฐฯ (Defense Strategic Talks : DST) ครั้งที่ ๘ ระหว่างกระทรวงกลาโหมไทยกับสหรัฐฯ
- การหารือข้างต้นเป็นกลไกและเวทีที่สำคัญในการขับเคลื่อนและเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย – สหรัฐฯ โดยเฉพาะภายหลังจากที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการ และพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ รวมถึงบุคคลสำคัญอื่น ๆ ของฝ่ายสหรัฐฯ เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา โดยการประชุมทั้งสามดังกล่าวเป็นการประชุมต่อเนื่องในลักษณะ back to back ซึ่งการประชุมครั้งก่อนจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕
- สหรัฐฯ เป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดและเป็นพันธมิตรของไทยมายาวนาน โดยไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย
ที่มีการจัดทำสนธิสัญญากับสหรัฐฯ เมื่อปี ๒๓๗๖ และทั้งสองฝ่ายได้ฉลองโอกาสครบรอบ ๑๙๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี ๒๕๖๖ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังมุ่งเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับนานาประเทศและบทบาทที่เข้มแข็งของไทยในระดับทวิภาคีและเวทีระหว่างประเทศ
๔. การเปิดให้บริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จ. สระแก้ว
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมเปิดให้บริการสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว แห่งใหม่
ที่จังหวัดสระแก้ว ณ ศูนย์การค้าอินโดจีน อรัญประเทศ อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสาร ชั้น ๒ โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ ๒๗ ก.พ. ๒๕๖๗ เปิดทำการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ - การเปิดสำนักงานหนังสือเดินทางแห่งนี้เป็นไปตามการลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ และการลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ซึ่งเห็นพ้องว่าจังหวัดสระแก้วมีประชากรจำนวนมากและเป็นจุดสำคัญที่ประชาชนใช้เดินทางเข้า – ออกกัมพูชา กอปรกับประชาชนในพื้นที่เรียกร้องให้มีสำนักงานหนังสือเดินทาง จึงได้มีดำริให้จัดตั้งสำนักงานดังกล่าว
- ขณะนี้ กรมการกงสุล นอกจากการจะให้บริการทำหนังสือเดินทางที่อาคารสำนักงาน ถ. แจ้งวัฒนะแล้ว ยังมีสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวทั่วประเทศ รวม ๒๕ แห่ง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ๕ แห่ง และต่างจังหวัดอีก ๒๐ แห่ง สระแก้วจะเป็นสำนักงานฯ แห่งที่ ๒๖
- ผู้ที่สนใจสามารถหาที่อยู่ของสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวได้ที่เว็บไซต์ของกรมการกงสุล https://consular.mfa.go.th/ หรือค้นหาคำว่า “กรมการกงสุล” ใน google ได้
- ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ จะมีการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดพะเยา และจะมีการให้บริการกงสุลสัญจรในพื้นที่ ประชาชนในจังหวัดพะเยาและจังหวัดใกล้เคียงสามารถไปรับบริการได้
ประเด็นเพิ่มเติม
- ย้ำเตือนกรณีการแอบอ้างเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ เพื่อหลอกลวงชุมชนไทยในต่างประเทศ รวมถึงการหลอกลวงคนไทยให้ไปโอนเงินค่าธรรมเนียมในการสมัครไปทำงานในต่างประเทศ
- ล่าสุด ในสหรัฐฯ มีขบวนการโทรศัพท์หลอกลวงชุมชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างชื่อข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ อดีตข้าราชการสถานกงสุลใหญ่ หรือข้าราชการที่ยังประจำการอยู่
- กระทรวงการต่างประเทศขอย้ำเตือนพี่น้องชุมชนไทยในต่างประเทศอีกครั้งว่า สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ไม่มีนโยบายหรือแนวทางให้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างโทรศัพท์สอบถามข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอให้โอนค่าธรรมเนียมกงสุลใด ๆ จากผู้ร้องทั้งสิ้น โดยกระทรวงฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เช่น กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจ สอบสวนกลาง กระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อตรวจสอบหากมีการรั่วไหลของข้อมูลอีกทางหนึ่งด้วยแล้ว
- นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการหลอกลวงในอีกรูปแบบหนึ่ง ได้แก่ กรณีคนไทยกรอกข้อมูลส่วนตัวใน Linkedin เพื่อสมัครงาน และได้รับการทาบทามทางอีเมลจากคนต่างชาติอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย แจ้งว่าสนใจรับเข้าทำงาน และได้ดำเนินการเสมือนการสมัครงานทุกประการ รวมถึงให้โอนเงินค่าธรรมเนียมการยื่นขอใบรับรองประวัติอาชญากรรมของอินโดนีเซีย เป็นเงินจำนวนประมาณ ๒,๒๐๐ ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า ๘ หมื่นบาท ซึ่งเมื่อคนไทยบุคคลดังกล่าวได้สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูต
ณ กรุงจาการ์ตา จึงได้ทราบข้อเท็จจริงว่า บริษัทน้ำมันดังกล่าวไม่ได้ติดต่อไป และเอกสารรับรองประวัติอาชญากรรมที่ออกให้ผู้มีถิ่นพำนักในอินโดนีเซีย มีค่าธรรมเนียมประมาณ ๗๐ บาทเท่านั้น จึงขอเตือนคนไทยให้ตรวจสอบให้ดีก่อนการทำธุรกรรมทางการเงินกับปลายทาง โดยหากมีข้อสงสัย สามารถตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ไทยในพื้นที่ได้ - รายงานข่าวเกี่ยวกับชาวเมียนมาขอรับการตรวจลงตราจำนวนมาก
- ตามที่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับ การที่ชาวเมียนมาจำนวนมากต่อแถวที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง เพื่อขอรับการตรวจลงตราเข้าประเทศไทย ขอเรียนว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว และขณะนี้ สามารถรับคำร้องได้กว่าวันละ ๘๐๐ ราย โดยมีการเปิดใช้ระบบจองคิวออนไลน์ ทำให้ไม่มีการยืนต่อแถวบริเวณด้านหน้าสถานเอกอัคราชทูตฯ แล้ว อนึ่ง คนเมียนมาสามารถเดินทางเข้าไทยได้หากพำนักไม่เกิน ๑๔ วันโดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา
- การช่วยเหลือตัวประกันคนไทยที่ยังถูกลักพาตัวในสถานการณ์อิสราเอล-กาซา
- สำหรับประเด็นการติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือตัวประกันคนไทยที่ถูกลักพาตัวในสถานการณ์อิสราเอล-กาซา อีก ๘ ราย กระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของไทย และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้มีการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด
- สำหรับคนไทยที่ไม่สามารถติดต่อพี่น้องที่ทำงานอยู่ หรือกลับไปทำงานที่อิสราเอลแล้วได้ ซึ่งในบางกรณีเกิดจากสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง ก็สามารถแจ้งชื่อและหมายเลขติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อให้เป็นผู้ติดต่อให้ได้อีกทางหนึ่ง
รับชมย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/pb6H7LUtZ4BGAvHz/?
* * * * *
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.