สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันศุกร์ที่ ๑๒ ม.ค. ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันศุกร์ที่ ๑๒ ม.ค. ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
วันที่นำเข้าข้อมูล 12 ม.ค. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 15 ม.ค. 2567
สรุปแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันศุกร์ที่ ๑๒ ม.ค. ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ น.
ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ และ Facebook live
กระทรวงการต่างประเทศได้จัดทำวีดิทัศน์สรุปผลงานกระทรวงการต่างประเทศในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยสามารถรับชมแบบเต็มคลิปได้ที่ https://youtu.be/_Y6vCnwdIRs
๑. การช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาตอนเหนือ
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอพยพคนไทยและบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนแต่มีถิ่นพำนักในไทยออกจากเมืองเล้าก์ก่าย จำนวนรวม ๕๔๙ คน ก่อนวันที่ ๔ ม.ค. ๒๕๖๗ ที่กองกำลัง Myanmar National Democratic Alliance Army (MNDAA) และพันธมิตรจะเข้าควบคุมเมืองเล้าก์ก่าย ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง แจ้งว่า ขณะนี้ไม่มีคนไทยหลงเหลืออยู่ในเมืองเล้าก์ก่ายแล้ว
- โดยที่ยังมีคนไทยอยู่ในบริเวณเมืองใกล้เคียง เช่น ล่าเซี่ยว ตองจี เมืองป๊อก และเมืองลา สถานเอกอัครราชทูตฯ และกรมการกงสุลได้ร่วมมือกับมูลนิธิ Focus และมูลนิธิ Immanuel ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไทยในกรณีต้องมีการอพยพออกจากพื้นที่
- นอกจากนี้ กรมการกงสุลฯ มีแผนจะจัดทำโครงการร่วมกับ จ.เชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ
มูลนิธิ Focus สร้างความตระหนักรู้และเฝ้าระวังให้คนในพื้นที่ เนื่องจากทราบว่า มีคนไทยเดินทางจาก จ.เชียงรายไปยังท่าขี้เหล็กในลักษณะรายวันเพื่อทำงานให้แก๊ง scammer /call center - ปัจจุบัน กลุ่ม scammer ดังกล่าวเริ่มย้ายฐานไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ทำให้มีคนไทยถูกหลอกไปทำงานในสถานที่ใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงขอเตือนพี่น้องคนไทยที่ได้รับข้อเสนอหรือเห็นโฆษณาจากสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการทำงานที่มีรายได้และเงื่อนไขดีเกินจริง โปรดตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ อย่างรอบด้าน โดยอาจสอบถามกระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล หรือสถานเอกอัครราชทูตในประเทศนั้น ๆ
๒. การช่วยเหลือคนไทยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น
- เมื่อวันที่ ๑ ม.ค. ๒๕๖๗ มีแผ่นดินไหวขนาด ๗.๖ แมกนิจูด ศูนย์กลางอยู่ที่ จ.อิชิคาวะ ตอนกลางของญี่ปุ่น ทำให้เกิดความเสียหายและคลื่นสึนามิในจังหวัดใกล้เคียง และยังคงมีแผ่นดินไหวขนาดเล็ก (aftershock) ต่อเนื่อง สถิติ ณ วันที่ ๑๑ ม.ค. ๒๕๖๗ มีผู้เสียชีวิต ๒๑๓ ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ๕๖๗ ราย และสูญหาย ๓๗ ราย ทั้งนี้ ไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
- สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบ ๓ กลุ่ม ได้แก่ คนไทยที่มีคู่สมรสคนญี่ปุ่น ผู้ฝึกงานคนไทยใน จ.อิชิกาวะ และกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาใน จ. อิชิกาวะ ทั้งนี้ จากการประสานงานกับเครือข่ายนักศึกษาไทยทราบว่าไม่มีนักศึกษาได้รับผลกระทบ
- สถานเอกอัครราชทูตฯ ประสานงานกับองค์กร YOU-I ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลคนไทยในพื้นที่ประสบภัย เพื่อจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เบื้องต้นแล้ว และจะจัดส่งเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือดูแลคนไทยกลุ่มนี้เพิ่มเติมต่อไป อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนไทยในญี่ปุ่นร่วมบริจาคสิ่งของผ่านองค์กร YOU-I เพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้
- กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวโปรดเฝ้าระวังสถานการณ์โดยติดตามข่าวสารของทางการญี่ปุ่น หรือสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างต่อเนื่อง หมายเลขโทรศัพท์ HOTLINE +๘๑๙๐ ๔๔๓๕ ๗๘๑๒
๓. การรับมอบโบราณวัตถุจากสหรัฐฯ กลับคืนสู่ประเทศไทย
- เมื่อวันที่ ๔ ม.ค. ๒๕๖๗ กรมศิลปากรได้จัดการประชุมคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ โดยมี รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานและมีผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมด้วย เพื่อหารือกรณีที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (The Met) ในสหรัฐฯ ประสงค์จะมอบคืนโบราณวัตถุ ๒ ชิ้น คือประติมากรรมรูปพระศิวะ (Golden Boy) และประติมากรรมสตรีชันเข่าพนมมือ ซึ่งเชื่อว่าถูกค้นพบที่จ.บุรีรัมย์ กลับคืนสู่ประเทศไทย และอยู่ระหว่างการเตรียมการส่งคืน หลังจากที่ได้รับแจ้งว่า โบราณวัตถุทั้งสองรายการถูกลักลอบส่งออกมาจากประเทศต้นทางอย่างผิดกฎหมาย ขณะนี้ โบราณวัตถุทั้งสองรายการจัดแสดงที่ Florence and Herbert Irving Galleries: The Arts of South and Southeast Asia ชั้น ๒ ของพิพิธภัณฑ์ฯ
- การหารือระหว่างกรมศิลปากรกับพิพิธภัณฑ์ฯ ดำเนินมาระยะหนึ่งแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศได้มอบหมายให้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ร่วมประสานงานและหารือในรายละเอียดด้วย โดยจากนี้จะหารือเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่อไป รวมถึงการเยือนพิพิธภัณฑ์ฯ ของผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีจากกรมศิลปากรเพื่อร่วมตรวจสอบโบราณวัตถุ แผนการส่งมอบและการจัดพิธีส่งมอบ การจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระยะยาวระหว่างไทยกับพิพิธภัณฑ์ฯ เป็นต้น
- กระทรวงฯ อยู่ระหว่างประสานงานกรมศิลปากร สถานกงสุลใหญ่ฯ และพิพิธภัณฑ์ฯ ในรายละเอียดของกระบวนการส่งคืน โดยคาดว่าจะส่งกลับไทยได้ภายในครึ่งปีแรกของปี ๒๕๖๗ โดยกรมศิลปากรคาดว่าจะจัดแสดงโบราณวัตถุดังกล่าวที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
๔. พิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี ๒๕๖๖
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี ๒๕๖๖ ในวันที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๖๗ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลฯ และคู่สมรสในวันเดียวกัน - พิธีพระราชทานรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๓๓ โดยผู้ได้รับพระราชทานรางวัลฯ ประจำปี ๒๕๖๖ ได้แก่
- สาขาการแพทย์ ศ.นพ. นาโปเลโอเน เฟอร์รารา จากอิตาลี/สหรัฐฯ สำหรับการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโปรตีน VEGF ซึ่งนำไปสู่การพัฒนายาบีวาซิซูแมบในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะที่มีความรุนแรงร่วมกับมีการสร้างหลอดเลือดอย่างหนาแน่นและโรคศูนย์กลางจอตาเสื่อมจากอายุ
- สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศ.นพ. แบร์รี่ เอช. รูแมค จากสหรัฐฯ สำหรับการคิดค้นภาพกราฟประดิษฐ์ Rumack–Matthew Nomogram ซึ่งได้ช่วยให้แพทย์ทั่วโลกวินิจฉัยและรักษาภาวะพิษจาการทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดแบบเฉียบพลันได้อย่างเหมาะสม
- รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลจัดตั้งขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในฐานะองค์บิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย มอบแก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ ๑ รางวัล และการสาธารณสุข ๑ รางวัล ทุกปี ที่ผ่านมา รางวััลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลได้รับการยอมรับในระดับสากลมาตลอดกว่า ๓๐ ปี มีผู้ได้รับพระราชทานรางวัลฯ ๙๔ คน ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ ๖ คน สะท้อนถึงมาตรฐานของรางวัลที่คัดเลือกผู้ที่มีผลงานเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง
- ในปี ๒๕๖๗ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ จะเริ่มเปิดรับการเสนอชื่อผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลฯ ในเดือน ก.พ. ๒๕๖๗
๕. ภารกิจต่างประเทศของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงเดือนมกราคม ๒๕๖๗
- รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมระหว่างประเทศที่สำคัญ ๒ รายการ ได้แก่
- การประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๙ ม.ค. ๒๕๖๗ ซึ่งจะจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Rebuilding Trust” เน้นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่ออนาคตและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน โดยจะเป็นการเข้าร่วมระดับผู้นำรัฐบาลไทยครั้งแรกในรอบ ๑๒ ปี และเป็นการเยือนภูมิภาคยุโรปครั้งแรกของทั้งนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ระหว่างวันที่ ๒๘-๒๙ ม.ค. ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกที่จัดขึ้นโดย สปป.ลาว ในฐานะประธานอาเซียน ภายใต้หัวข้อ “Enhancing Connectivity and Resilience”
- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนพิเศษ (special envoy) ของนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ครั้ง ๑๙ (Non-Aligned Movement: NAM) ที่กรุงกัมปาลา สาธารณรัฐยูกันดา ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ ม.ค. ๒๕๖๗ภายใต้หัวข้อ “Deepening Cooperation for Shared Global Affluence” ซึ่งเป็นโอกาสให้ไทยได้กระชับความสัมพันธ์กับประเทศสมาชิก NAM ๑๒๐ ประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสรณรงค์หาเสียงสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งของไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน (Human Rights Council) วาระปี ค.ศ. ๒๐๒๕ – ๒๐๒๗ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือน ต.ค. ๒๕๖๗ ด้วย
รับชมย้อนหลังได้ที่ https://fb.watch/pwS9CgfuFd/?mibextid=qC1gEa
* * * * *
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.