เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมระดับภูมิภาคของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปีของการจัดตั้งกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี
เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมระดับภูมิภาคของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปีของการจัดตั้งกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี
วันที่นำเข้าข้อมูล 8 ต.ค. 2564
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 พ.ย. 2565
| 5,587 view
เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมระดับภูมิภาคของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสครบรอบ ๑๐ ปีของการจัดตั้งกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี โดยย้ำความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง ประชาชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อการฟื้นฟูอนุภูมิภาคฯ อย่างยั่งยืนและครอบคลุมรอบด้าน
เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ นางอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ได้เข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี (Mekong - ROK Regional Forum) ในหัวข้อ From Cooperation to Strategic Partnership: A Decade of Shared Development for People, Prosperity and Peace ผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และสถาบันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง
ในพิธีเปิดการประชุมฯ นายอี อุก-ฮอน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย กล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมฯ โดยย้ำว่า สาธารณรัฐเกาหลีให้ความสำคัญกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียนอย่างยิ่งผ่านการดำเนินนโยบายมุ่งใต้ใหม่และนโยบายมุ่งใต้ใหม่พลัส และพร้อมสานต่อความร่วมมือในมิติต่าง ๆ กับประเทศลุ่มน้ำโขง อาทิ การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน การเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับโรคระบาด การพัฒนาที่ยั่งยืน การส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในระดับภูมิภาค และการเสริมสร้างการสอดประสานการทำงานระหว่างกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี กับยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ซึ่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยเชื่อว่า ACMECS มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคตและการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคฯ เนื่องจากขับเคลื่อนโดยประเทศสมาชิก ซึ่งได้แก่ ประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง ๕ ประเทศ
เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงของไทยได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ (Keynote Address) ในการประชุมดังกล่าวเกี่ยวกับความก้าวหน้าของกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ในช่วง ๑ ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนผ่านหมุดหมายสำคัญ ได้แก่ (๑) การประชุมระดับผู้นำกรอบความร่วมมือฯ ครั้งที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๖๒ (๒) การยกระดับกรอบความร่วมมือฯ เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ในการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือฯ ครั้งที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๖๓ และ (๓) การจัดตั้งกองทุนความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี (Mekong - ROK Cooperation Fund – MKCF) เพื่อสนับสนุนโครงการความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ของประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือฯ ซึ่งเป็นกลไกที่สร้างสรรค์ต่อการส่งเสริมความยั่งยืนและความสามารถในการปรับตัวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยได้ย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง ประชาชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อการฟื้นฟูอนุภูมิภาคฯ อย่างยั่งยืนและครอบคลุมรอบด้าน โดยเฉพาะภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ และการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของประเทศลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ปีแห่งการแลกเปลี่ยนของกรอบความร่วมมือฯ ปี ๒๕๖๔ (Mekong - ROK Exchange Year 2021) ซึ่งได้มีการขยายระยะเวลาออกไปจนถึงปี ๒๕๖๕
ผู้บรรยายอื่น ๆ จากสถาบันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (KOICA) และองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ได้กล่าวเกี่ยวกับบทบาทด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของสาธารณรัฐเกาหลีที่มีมายาวนานในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ผ่านการดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือฯ การให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) และโครงการขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของสาธารณรัฐเกาหลี (KOICA) ซึ่งทำให้สาธารณรัฐเกาหลีได้รับการยอมรับจากประเทศลุ่มน้ำโขงว่า เป็นมิตรที่เชื่อถือได้ของอนุภูมิภาคฯ (a trusted friend) และได้เห็นพ้องว่า ประเด็นด้านการบริหารจัดการน้ำ ความมั่นคง ด้านสาธารณสุข และการสอดประสานระหว่างกรอบความร่วมมือฯ กับองค์กรเพื่อการพัฒนาอื่น ๆ ในอนุภูมิภาคฯ และภูมิภาค อาทิ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ควรได้รับการส่งเสริมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคฯ
การประชุมระดับภูมิภาคของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลีในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๐ ปี ของการจัดตั้งกรอบความร่วมมือฯ ซึ่งมีประเทศสมาชิกประกอบด้วยประเทศลุ่มน้ำโขง ๕ ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม และสาธารณรัฐเกาหลี ปัจจุบัน กรอบความร่วมมือฯ ดำเนินกิจกรรมความร่วมมือภายใต้แผนปฏิบัติการ ฉบับที่ ๓ ค.ศ. ๒๐๒๑-๒๐๒๕ และประกอบด้วย ๓ เสา ได้แก่ ประชาชน ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพ และสาขาความร่วมมือ ๗ สาขา ได้แก่ (๑) วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว (๒) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (๓) การเกษตรและการพัฒนาชนบท (๔) โครงสร้างพื้นฐาน (๕) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (๖) สิ่งแวดล้อม และ (๗) ความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.