รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมของนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนาม เพื่อสนับสนุนการร่วมสร้างและเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน ร่วมกับหุ้นส่วนทางการค้าและธุรกิจในเวียดนาม

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมของนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนาม เพื่อสนับสนุนการร่วมสร้างและเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน ร่วมกับหุ้นส่วนทางการค้าและธุรกิจในเวียดนาม

วันที่นำเข้าข้อมูล 8 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 8 มิ.ย. 2569

| 73 view
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีในการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มภารกิจด้วยการพบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทยที่ลงทุนและดำเนินธุรกิจในเวียดนาม เพื่อรับฟังมุมมองเกี่ยวกับการค้าการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจในเวียดนาม โดยมีผู้แทนภาคเอกชนไทยที่มาลงทุนในเวียดนามจากภาคพลังงาน ค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ ปิโตรเคมี นิคมอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และภาคการเงินการธนาคารเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น

ผู้แทนภาคเอกชนไทยได้รายงานเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม โดยภาคเอกชนไทยสาขาพลังงาน ค้าปลีก และอุตสาหกรรมการผลิตต่างมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต พร้อมเสนอแนวทางส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น อาทิ การอำนวยความสะดวกด้านการอนุมัติการลงทุน การใช้ประโยชน์จากความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย - เวียดนาม และการส่งเสริมกลไกประสานงานที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของนักลงทุนไทย

ผู้แทนภาคเอกชนยังได้สะท้อนมุมมองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนาม ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูประบบราชการ การส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และการยกระดับบทบาททางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างชาติ โดยหลายบริษัทเห็นพ้องว่าไทยและเวียดนามสามารถเติบโตไปด้วยกันผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยผ่านห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน

รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและคุ้มครองผลประโยชน์ของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศ ทั้งยังเน้นย้ำว่า เวียดนามเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านที่มีความสำคัญต่อไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศจะใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ อาทิ เสนอให้ฝ่ายเวียดนามจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ (JCBC) ภายในปีนี้ และติดตามการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ รวมถึงการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า (JTC) ภายในปีนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ติดตามและผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจด้วย

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ