อุปทูตฯ พร้อมด้วยภริยา นำข้าราชการและคู่สมรส ตลอดจนเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เยี่ยมช้างไทย ณ สวนสัตว์กรุงโคเปนเฮเกน
อุปทูตฯ พร้อมด้วยภริยา นำข้าราชการและคู่สมรส ตลอดจนเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เยี่ยมช้างไทย ณ สวนสัตว์กรุงโคเปนเฮเกน
วันที่นำเข้าข้อมูล 5 มี.ค. 2568
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 มี.ค. 2568
| 1,832 view
เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘ นายภูวิศ วิสารทสกุล อุปทูตฯ พร้อมด้วยนางอภิชญา วิสารทสกุล ภริยา นำข้าราชการและคู่สมรส ตลอดจนเจ้าหน้าที่สถานเอกอั ครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ไปเยี่ยมช้างไทย ณ สวนสัตว์กรุงโคเปนเฮเกน เพื่อเยี่ยมเยียนวิถีชีวิตความเป็ นอยู่ของช้างไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพั นธ์ไทย-เดนมาร์ก โดยในปัจจุบันสวนสัตว์ฯ มีช้างไทยอยู่ ๓ เชือก ได้แก่ พังกันเกรา (อายุ ๒๖ ปี) พังสุรินทร์ (อายุ ๒๕ ปี) และพังมูล (อายุ ๔ ปี เกิดที่สวนสัตว์กรุ งโคเปนเฮเกนเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓) รวมทั้งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความสัมพั นธ์ไทย-เดนมาร์ก ประวัติความเป็นมาของช้ างไทยในเดนมาร์ก การดำเนินงานของสวนสัตว์ฯ และร่วมกันให้อาหารช้างด้วย
นาง Pernille Mehl CEO ของสวนสัตว์ฯ และนาย Mads Bertelsen ผู้อำนวยการด้านสัตววิ ทยาของสวนสัตว์ฯ ได้ให้การต้อนรับคณะฯ พร้อมทั้งได้บรรยายเกี่ยวกั บประสบการณ์การรักษาพังมูลที่ เคยติดเชื้อเฮอร์ปีไวรัส (EEHV) ซึ่งทางสวนสัตว์ยินดี ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เทคโนโลยีด้านสัตวบาลกับไทย รวมถึงความร่วมมือด้านการวิจั ยและพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกั นโรคติดเชื้อไวรัส EEHV ในช้าง
ในโอกาสดังกล่าว อุปทูตฯ ได้แสดงความขอบคุณสวนสัตว์ฯ ที่ดูแลช้างไทยเป็นอย่างดีตลอด ๖๒ ปีที่ผ่านมา และเป็นไปตามกฎระเบียบและข้อบั งคับของทั้งเดนมาร์กและอียู ในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ และสวัสดิภาพสัตว์ รวมทั้งได้รักษาพังมูลให้มีชีวิ ตรอดจากการติดเชื้อ EEHV และยินดีที่สวนสัตว์ฯ มีความร่วมมือด้านสัตวบาลกับไทย นอกจากนี้ ยังได้แจ้งสวนสัตว์ฯ ว่า วันที่ ๑๓ มีนาคมของทุกปี รัฐบาลไทยได้กำหนดให้เป็น “วันช้างไทย” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึ งความสำคัญของช้างซึ่งเป็นสัตว์ ประจำชาติของไทย และพร้อมใจกันอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งทางสวนสัตว์ฯ เห็นว่าเป็นวันที่เหมาะจะนำไปพิ จารณาจัดทำแผนกิจกรรมเกี่ยวกั บช้างไทยในสวนสัตว์ฯ ต่อไป
ช้างเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพั นธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกั บเดนมาร์กทั้งในระดับราชวงศ์ และระดับประชาชนมาอย่างยาวนาน โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานช้างจำนวน ๒ เชือก ได้แก่ พลายเชียงใหม่และพังบัวผา ให้แก่สมเด็จพระราชาธิบดี เฟรเดอริก ที่ ๙ แห่งเดนมาร์ก และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้พระราชทานช้างจำนวน ๒ เชือก ได้แก่ พลายต้นสักและพังกันเกรา ให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถมาร์ เกรเธอที่ ๒ ในโอกาสเสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งในโอกาสดังกล่าว ประชาชนชาวสุรินทร์ได้มอบช้างอี ก ๑ เชือก คือ พังสุรินทร์ เป็นของขวัญให้แก่ ประชาชนชาวเดนมาร์กด้วย
ทั้งนี้ พลายเชียงใหม่ได้ล้ม (เสียชีวิต) เมื่อปี ๒๕๖๐ อายุรวม ๕๘ ปี ได้รับการขนานนามให้เป็น “grandfather of elephants” ในยุโรป เนื่องจากเป็นพ่อพันธุ์ให้กำเนิ ดช้างรุ่นลูกหลานรวมหลายสิบเชื อกกระจายอยู่ตามสวนสัตว์ต่าง ๆ ในยุโรป ในขณะที่พังบัวผาล้มเมื่อปี ๒๕๓๙ ส่วนพลายต้นสักได้ถูกยืมตั วไปเป็นพ่อพันธุ์ที่สวนสัตว์ที่ สวีเดน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.