สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กับศิลปะแห่งการทรงม้า แฟชั่น และดนตรี การบรรจบกันของวินัย ความงาม และจังหวะสากลบนเวทีนานาชาติ

วันที่นำเข้าข้อมูล 22 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 22 ก.ย. 2569

| 44 view

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์รุ่นใหม่ ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพผ่านหลากหลายศาสตร์ ทั้งกีฬาขี่ม้า แฟชั่น และดนตรี ซึ่งล้วนเป็นแขนงศิลปะที่ต้องอาศัยวินัย ความประณีต และความเข้าใจเชิงลึก และทั้งสามด้านมีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันและก่อให้เกิดอัตลักษณ์ร่วมที่สง่างามและร่วมสมัยในระดับนานาชาติ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยในกีฬาขี่ม้าตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยทรงมีแรงบันดาลพระทัยจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาด้านแฟชั่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส แล้ว ทรงเริ่มฝึกซ้อมการทรงม้าอย่างจริงจัง ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และทรงเข้าร่วมการแข่งขัน Thailand Championship King’s Cup 2012 ซึ่งทรงคว้าแชมป์ประเภทศิลปะบังคับม้าหรือ Dressage รุ่นจูเนียร์ฟรีสไตล์ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภททีมกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง

ระหว่างปี 2554–2564 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฝึกฝนทักษะการขี่ม้า ประเภทศิลปะการบังคับม้า (Dressage) ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในหลักสูตรครูขี่ม้านานาชาติ ณ Le Cadre Noir เมืองโซมูร์ ซึ่งเป็นสถาบันขี่ม้าที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดจนทรงพัฒนาทักษะตั้งแต่ระดับ Medium จนถึง Prix St. George และ Intermediate I โดยทรงเป็นคนไทยคนแรกที่สำเร็จการศึกษาด้านการขี่ม้าจากฝรั่งเศสอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งบทบาทนักกีฬา ครูฝึก และการบริหารจัดการเกี่ยวกับม้า พร้อมทั้งทรงนำองค์ความรู้ที่ได้กลับมาถ่ายทอดแก่กำลังพลหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องในฐานะนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทย ประเภทศิลปะการบังคับม้า อาทิ ซีเกมส์ 2013 เอเชียนเกมส์ 2014 ซีเกมส์ 2017 และ FEI Asian Championships 2019

นับตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้ารับการฝึกฝนทักษะการขี่ม้าประเภทศิลปะการบังคับม้า (Dressage) อย่างต่อเนื่อง โดยทรงรับการฝึกสอนจากนาย Matthias Alexander Rath นักกีฬาขี่ม้าระดับโลกทีมชาติเยอรมัน ณ ศูนย์ฝึก Gestüt Schafhof เมืองโครนแบร์ก เยอรมนี และทรงพัฒนาระดับความสามารถจาก Prix St. George และ Intermediate I สู่ระดับ Grand Prix และ Grand Prix Special ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการแข่งขันเดรสสาจ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันและการคัดเลือกระดับนานาชาติในอนาคต

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงได้รับการคัดเลือกเป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทย ในการแข่งขัน FEI Asian Championship 2025 ณ ประเทศไทย และทรงคว้าเหรียญทองประเภททีม Dressage รวมถึงเสด็จเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในนามทีมชาติไทยถึง 2 ครั้ง เมื่อปี 2565 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน และล่าสุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569

พระอัจฉริยภาพอีกหนึ่งด้านที่ต้องอาศัยความประณีต ความเข้าใจเชิงลึก วินัย และความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด เช่นเดียวกับการฝึกฝนศิลปะบังคับม้า คือ การทรงงานด้านแฟชั่นและดนตรี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นผู้ก่อตั้งและดำรงตำแหน่ง Creative Director ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’HOMME ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยงานออกแบบที่ผสานศิลปะร่วมสมัยเข้ากับความสง่างามเหนือกาลเวลา หนึ่งในแรงบันดาลพระทัยที่สำคัญ คือ โลกแห่งการทรงม้า (Equestrianism) ซึ่งมิได้เป็นเพียงกีฬา หากเป็นศาสตร์แห่งความงาม วินัย และศิลปะ โดยทรงนำองค์ประกอบของการขี่ม้ามาตีความใหม่ด้วยงานโอต์กูตูร์และความร่วมสมัย สร้างสมดุลระหว่างโครงสร้าง วินัย และเสรีภาพในการเคลื่อนไหว ด้วยพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบนี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จึงทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ศิลปินศิลปาธร” ประจำปี 2561 สาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระกรณียกิจในการสืบสานและต่อยอด ผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม ให้ก้าวสู่เวทีสากล โดยทรงนำภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ไทยมาผสานกับการออกแบบร่วมสมัย ดังปรากฏผ่านนิทรรศการสำคัญ La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ กรุงปารีส และ “Chud Thai: The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume” ณ กรุงโตเกียว รวมถึงการทรงออกแบบ ชุดพิธีการนักกีฬาทีมชาติไทยสำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยนำผ้าจากโครงการดอนกอยโมเดล จังหวัดสกลนคร มาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบร่วมสมัย เชื่อมโยงภูมิปัญญาจากท้องถิ่นเข้ากับเวทีนานาชาติ และสะท้อนพระวิสัยทัศน์ในการธำรงคุณค่าและอัตลักษณ์ของผ้าไทยให้ร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับโลก พระวิริยะอุตสาหะและพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมได้รับการถวายพระเกียรติจากองค์การยูเนสโก โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกได้ประกาศเชิดชูพระเกียรติและถวายเหรียญสดุดีพระกรณียกิจด้านการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมและการส่งเสริมงานวิจิตรศิลป์ รวมทั้งการขับเคลื่อนวัฒนธรรม ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทย

ขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีอย่างลึกซึ้ง ทรงรักในเสียงดนตรีมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์  โดยได้รับแรงบันดาลพระทัยจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ผู้ทรงพระปรีชาสามารถด้านดนตรีคลาสสิกและแจ๊ส ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ การทรงเติบโตท่ามกลางเสียงดนตรีทำให้ทรงตระหนักถึงพลังของดนตรีในการสร้างความสุข หล่อหลอมจิตใจ และถ่ายทอดความงดงามของศิลปะและวัฒนธรรม อันเป็นคุณค่าที่สอดคล้องกับความมุ่งมั่นและความประณีตในพระราชกรณียกิจด้านกีฬาขี่ม้าและแฟชั่นของพระองค์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของวงดุริยางค์ Royal Bangkok Symphony Orchestra หรือ RBSO ตั้งแต่ปี 2561 และทรงมีพระปณิธานจะพัฒนาวง RBSO ให้เป็นวงออร์เคสตร้าชั้นนำในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค มีความสามารถเทียบเท่าวงออร์เคสตราระดับนำในยุโรป ในปี 2566 ทรงนำวงดุริยางค์ RBSO แสดงคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ในยุโรป “RBSO European Tour 2023” เปิดการแสดงที่กรุงเวียนนา นครมิวนิก และกรุงปารีส อีกทั้งยังทรงวางแผนงานการจัดการแสดงคอนเสิร์ตประจำปีทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ 

นอกจากนี้ ด้วยความรักและพระปรีชาสามารถด้านดนตรี ทรงเริ่มพระนิพนธ์บทเพลงสำหรับการแสดงแฟชั่นโชว์ของพระองค์เอง โดยมีผลงาน ได้แก่ เพลง "Lost in Mystical Garden" ในปี 2559 เพลง "SERENITY" ในปี 2560, เพลง "Horse, Helen, Henry” ในปี 2561 และเพลง "Adobe of Metamorphosis" ในปี 2562 นอกจากนี้ ยังมีบทเพลงพระนิพนธ์อื่น ๆ ได้แก่ เพลง “Mythos Poetica” ในปี 2563 เพลง “Nefreretta” และเพลง “Le Mariage de Minuit - Fantaisie pour piano et orchestra” ในปี 2564 บทเพลงพระนิพนธ์เหล่านี้ล้วนต้องอาศัยความรู้เชิงเทคนิคดนตรีขั้นสูง จึงแสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์ดนตรีอย่างเด่นชัด

พระกรณียกิจการทรงม้า แฟชั่น และดนตรี ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ล้วนเป็นภาษาสากลที่ทรงใช้สื่อสารกับโลก เป็นการหลอมรวมศาสตร์แห่งวินัย ความงาม และจังหวะชีวิต เข้าด้วยกันอย่างสง่างาม ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับทั้งในด้านกีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรม บนเวทีนานาชาติอย่างยั่งยืน

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน

ขอขอบพระคุณพระรูป/ภาพจาก:

Royal Bangkok Symphony Orchestra

Ministry of Foreign Affairs of Thailand

Facebook page: Sirivannavari Bangkok

Facebook page: Royal Stable Unit of Thailand

Facebook page: SACIT

Facebook page: สืบสาน รักษา ต่อยอด 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ