สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันที่นำเข้าข้อมูล 21 ก.พ. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 21 ก.พ. 2569

| 71 view

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จุดดำเนินงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโครงการตามพระดำริ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" ที่พัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวพระดำริ "Sustainable Fashion: แฟชั่นแห่งความยั่งยืน"

ในโอกาสนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยภริยา ได้นำคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และคู่สมรส จำนวน 65 คน จาก 45 ประเทศ และผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศพร้อมคู่สมรส รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 98 คน ที่เข้าร่วมโครงการทัศนศึกษาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมรับเสด็จพร้อมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะทูต ทรงนำคณะเยี่ยมชมนิทรรศการงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้ และพระราชทานพระวโรกาสให้คณะทูตได้รับรู้ถึงการทรงงานซึ่งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการอนุรักษ์รักษางานหัตถศิลป์และผ้าไทยซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมกลุ่มทอผ้าในทุกภูมิภาคให้มีอาชีพที่ยั่งยืน โดยทรงนำพระปรีชาสามารถและพระประสบการณ์จากการทรงงานทั้งในและต่างประเทศมาพัฒนาต่อยอดผ้าไทยให้คงรักษาลวดลายเอกลักษณ์ของท้องถิ่นแต่มีความทันสมัยและมีความเป็นสากลและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าที่คณะทูตได้ประจักษ์ถึงพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยที่สะท้อนถึงพลังสร้างสรรค์ของชุมชนท้องถิ่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวพระดำริ "แฟชั่นแห่งความยั่งยืน" แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้สัมผัสและเรียนรู้จากประสบการณ์ของชาวต่างชาติผ่านทางคณะทูตอีกด้วย

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ