การแสดงปาฐกถา “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” เกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 หัวข้อ “การธำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ในสงครามร่วมสมัย” โดยประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
การแสดงปาฐกถา “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” เกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 หัวข้อ “การธำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ในสงครามร่วมสมัย” โดยประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
วันที่นำเข้าข้อมูล 18 ส.ค. 2568
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 18 ส.ค. 2568
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกับสภากาชาดไทยจัดปาฐกถา “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” เกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ครั้งที่ 11 ณ วิเทศสโมสร โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงฟังปาฐกถาฯ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนิน ในทุกครั้งตั้งแต่การจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2546
การจัดงานในปีนี้ได้รับเกียรติจากนางมีรยานา สปอลยาริช เอ็กเกอร์ ประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross: ICRC) เป็นผู้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “การธำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ในสงครามร่วมสมัย” (Upholding Humanity in Contemporary Warfare) ซึ่งเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองต่อความท้าทายด้านมนุษยธรรมในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างความตระหนักรู้และการเคารพต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์การขัดกันทางอาวุธที่ ICRC จำแนกว่าเข้าข่ายเป็นการขัดกันทางอาวุธประมาณ 130 กรณี ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ นางมีรยานาฯ ได้เตือนถึงแนวโน้มการใช้ “ข้อมูลข่าวสารเป็นอาวุธ” (weaponisation of information) และการแพร่หลายของอาวุธชนิดใหม่ โดยเฉพาะระบบอาวุธอัตโนมัติ ซึ่งยิ่งทำให้รัฐต้องนำหลักความรับผิดมาบังคับใช้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายธำรงไว้ซึ่งหลักขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ในยามสงครามและเคารพระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กราบบังคมทูลถวายรายงานต่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ใจความสำคัญว่า การจัดปาฐกถาฯ ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมของไทยในการธำรงไว้ซึ่งหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ แม้ในห้วงเวลาที่การขัดกันทางอาวุธรุนแรงที่สุด พร้อมย้ำถึง “มรดก” 150 ปี ของกระทรวงฯ ที่ยืนหยัดเลือกหนทางแห่งการเจรจา เพื่อแปรความตึงเครียดให้เป็นความเข้าใจและเปลี่ยนความเป็นปฏิปักษ์ให้เป็นความร่วมมือ เพราะความสงบสุขอันยั่งยืน นั้น มิได้สร้างในสนามรบ หากแต่เกิดขึ้นบนโต๊ะเจรจา และการทูตจะพิสูจน์คุณค่าได้ก็ต่อเมื่อสามารถขจัดความจำเป็นในการใช้อาวุธออกไปได้
การจัดปาฐกถาครั้งที่ 11 นี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน จากหน่วยงานภาครัฐ คณะทูตานุทูต องค์การระหว่างประเทศ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการจากกระทรวงการต่างประเทศ สภากาชาดไทย และ ICRC เพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ การจัดปาฐกถาฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการตาม 1 ใน 8 คำมั่นของไทยที่ประกาศไว้ในการประชุมกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ ครั้งที่ 34 ณ นครเจนีวา เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ในการส่งเสริมและเผยแพร่การยกย่องและการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง อันเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในเวทีด้านมนุษยธรรมทั้งในประเทศและนานาชาติ
#MFAxThaiRedCross
#UpholdingHumanity
#DiplomacyForHumanity
#ICRCinThailand
#PresidentMirjanaVisit #GenevaConventions
#IHL #PrincessMahaChakriSirindhornLecture
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.