การประชุมประจำปี 2025 ของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF)
การประชุมประจำปี 2025 ของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF)
วันที่นำเข้าข้อมูล 29 ม.ค. 2568
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 ม.ค. 2568
คณะผู้แทนไทย นำโดย นส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายมาริษ เสงี่ยมพงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2025 ของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ระหว่างวันที่ 20 – 24 มกราคม 2568 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ภายใต้หัวข้อ “ความร่วมมือในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์” (Collaboration for the Intelligent Age)
คณะผู้แทนไทยได้ใช้โอกาสของการรวมตัวผู้นำรัฐบาล ผู้บริหารบริษัทชั้นนำ หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ และสื่อมวลชน แสดงศักยภาพของไทยซึ่งมีตำแหน่งที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ที่จะใช้ประโยชน์ได้ในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาคในด้านต่างๆ เช่น โลจิสติกส์ ตลอดจนจุดแข็งและศักยภาพของประเทศไทยในด้านซอฟต์พาวเวอร์ และอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร นายกรัฐมนตรีแพทองธารฯ เปิดงานเลี้ยงผู้เข้าร่วมการประชุมในปีนี้ในช่วงกลางวัน (Thailand Reception) ภายใต้แนวคิด “Nourishing the Future for all” เพื่อนำเสนอนวัตกรรมและความโดดเด่นของอาหารไทยผ่านเมนูอาหารที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ โดยเชฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก ให้กับผู้เข้าร่วมงานกว่า 700 คน เน้นย้ำจุดแข็งของอุตสาหกรรมอาหารไทยในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและประโยชน์ของวิธีการปรุงอาหารไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพ นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าพบคณะผู้บริหารของ WEF พร้อมกับตัวแทนภาคเอกชนไทยเพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการจัดตั้งศูนย์เพื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (C4IR) ด้านเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารในประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำของไทยในด้านการเกษตรที่ยั่งยืน นายกรัฐมนตรีแพทองธารฯ ยังได้นำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ของไทยผ่านการสนทนากับ Yana Peel หัวหน้าฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรมระดับโลกของ Chanel ในงาน Betazone ที่มีชื่อว่า “Not Losing Sight of Soft Power” เพื่อแบ่งปันวิสัยทัศน์และทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 13 สาขาของไทย
ขณะเข้าร่วมการประชุม WEF ในปีนี้ นายกรัฐมนตรีแพทองธารฯ ได้เข้าร่วมพิธีลงนามความตกลงการค้าเสรีที่เพิ่งเสร็จสิ้นระหว่างประเทศไทยกับสมาคมการค้าเสรียุโรป (EFTA) ซึ่งประกอบด้วยไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับแรกของประเทศไทยกับกลุ่มประเทศยุโรป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแพทองธารฯ ได้หารือทวิภาคีกับผู้นำประเทศต่างๆ และผู้บริหารบริษัทชั้นนำหลายราย เพื่อรขยายความร่วมมือและส่งเสริมแนวโน้มการลงทุนเพิ่มเติมในไทย
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.