คณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลก

วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ก.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ก.ค. 2569

| 89 view

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะ

ที่ประชุมฯ มีมติให้ขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นมรดกโลก ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ค.ศ. 1972 (1972 Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) หรือ “อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก” ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)

“วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือในระดับชาติและท้องถิ่นในการอนุรักษ์ การคุ้มครอง และการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมการสืบทอดมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งมรดกโลกดังกล่าวให้คงอยู่สืบไป

“วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของไทย โดยก่อนหน้านี้ ไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 8 แหล่ง ได้แก่ (1) เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร (2) นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (3) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง (4) แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (5) ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (6) กลุ่มป่าแก่งกระจาน (7) เมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานสมัยทวารวดีที่เกี่ยวข้อง และ (8) ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ