ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา

วันที่นำเข้าข้อมูล 7 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 7 ส.ค. 2569

| 18 view

ตามที่สื่อมวลชนสอบถามกรณีนาย Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาแสดงความเห็นทางสื่อสังคมออนไลน์ต่อท่าทีไทย ภายหลังการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ นั้น

นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจง ดังนี้

1. ที่ผ่านมา ไทยให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือกับผู้เสนอรายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในด้านต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งหมดกว่า 40 คน โดยปัจจุบันไทยก็เป็นประเทศสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) ด้วย ซึ่งที่ประชุม HRC มีหน้าที่รับรองการแต่งตั้งผู้เสนอรายงานพิเศษดังกล่าว

2. การออกแถลงการณ์และการชี้แจงของไทยก่อนหน้านี้เป็นเรื่องของหลักการและการนำเสนอข้อเท็จจริง สืบเนื่องจากแถลงการณ์ของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ที่พาดพิงถึงประเทศไทยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งนอกจาก จะเป็นการดำเนินการนอกเหนือหน้าที่แล้ว ยังมีข้อมูลที่บิดเบือนและไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน

3. ก่อนหน้านี้ ไทยไม่ได้ต้องการลงรายละเอียดเรื่องการทำงานของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อย่างไรก็ดี เมื่อผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ออกมาเผยแพร่ความเห็นส่วนบุคคลที่ยังคงนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และไม่รอบด้านเช่นนี้อีกครั้ง จึงยิ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับแนวทางและความเหมาะสมของการทำงานของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ดังกล่าวที่ไม่สอดคล้องกับประมวลจรรยาบรรณของกลไกพิเศษและผู้ถืออาณัติของ HRC

4. ข้อเท็จจริง คือ ไทยได้มีคำชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชาแล้วก่อนหน้านี้ โดยตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้มีหนังสือถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้บันทึกและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการด้วยแล้ว แต่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ไม่ได้นำข้อมูลมาประกอบการจัดทำแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจ (End of Mission Statement) ภายหลังการเยือนกัมพูชา อีกทั้งไม่ได้ประสานงานอย่างเป็นทางการหรือปรึกษาหารือกับไทยในฐานะประเทศที่ถูกพาดพิง ทั้งนี้ ตามที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีการส่งร่างรายงานในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยให้ทางการไทยล่วงหน้าแล้วนั้น เป็นเพียงการส่งอีเมลร่างข้อความบางส่วน ซึ่งผิดวิสัยและไม่เป็นไปตามแนวทางการสื่อสารของกลไกผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อีกทั้งเมื่อฝ่ายไทยได้ตอบอีเมลเพื่อสอบถามความชัดเจนเพิ่มเติม ฝ่ายผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ก็ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด

5. วิธีการทำงานของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ดังกล่าวสะท้อนความไม่เป็นมืออาชีพ ไม่เป็นกลาง ไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงและมุมมองจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและครอบคลุมก่อนการนำเสนอ และไม่ให้เกียรติประเทศไทยในฐานะประเทศที่ถูกพาดพิง การทำงานลักษณะนี้ย่อมสามารถถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองได้ ทั้งนี้ ไทยจะมีหนังสือถึงประธาน HRC และข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเพื่อแสดงข้อห่วงกังวล และจะหยิบยกประเด็นนี้ใน HRC ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งต่อสื่อมวลชนไว้ก่อนหน้านี้