คำปราศรัย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เนื่องในวันสหประชาชาติ 24 ตุลาคม 2567
คำปราศรัย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เนื่องในวันสหประชาชาติ 24 ตุลาคม 2567
วันที่นำเข้าข้อมูล 25 ต.ค. 2567
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 25 ต.ค. 2567
คำปราศรัย
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เนื่องในวันสหประชาชาติ
24 ตุลาคม 2567
ถึงพี่น้องชาวไทยทุกคน
ดิฉัน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีค่ะ
ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ มี ‘คน’ ที่มีศักยภาพ เรียกว่าเป็นประเทศแห่งโอกาส และรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศพัฒนาไปกว่านี้อีกมาก ซึ่งต้องใช้พลังของพวกเราทุกภาคส่วน ในการทำงานขับเคลื่อนประเทศค่ะ
แต่ในความงดงาม เราทราบดีค่ะว่า ยังมีสิ่งที่รัฐบาลต้องทำงานอีกมากเพื่อเร่งแก้ปัญหาและทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางโอกาส และการสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในทุกมิติ
ทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นนี้ คือเหตุผลที่สหประชาชาติหรือ UN มีบทบาทสำคัญที่อย่างยิ่งที่จะเข้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหาเหล่านี้
ในวันที่ 24 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันครบรอบการก่อตั้งของสหประชาชาติ ซึ่งเป็นรากฐานของความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านเสาหลัก 3 ประการ ได้แก่ (1) การสร้างสันติภาพและความมั่นคง (2) การผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืน และ (3) การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทอันแข็งขันมาตลอด
ในการคงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงของโลก ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความขัดแย้ง ด้วยการส่งบุคลากรเข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์สันติภาพกว่า 20 แห่งทั่วโลก เพื่อช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ในเรื่องนี้ ดิฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของไทยและความกล้าหาญของพวกท่านที่ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย แต่ยังได้มอบความหวังของโลกที่มีสันติภาพให้กับพวกเราและคนรุ่นต่อไป
ในการรักษาโลกที่มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ประเทศไทยได้เผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างความสมดุลระหว่างความเจริญทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
ในการสร้างโลกที่ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ดิฉันยินดีและภาคภูมิใจอย่างมากที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น
สมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสำหรับปี 2568 – 2570 และขอให้คำมั่นว่า จะส่งเสริมและเสริมสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย และจะเป็นสะพานเชื่อมเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชน ระดับโลกซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจของประเทศไทยที่ชัดเจน โดยเมื่อเราก้าวไปข้างหน้าเราจะต้องพยายาม ไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
นอกจากนี้ บนพื้นฐานของนโยบายการเป็น “ผู้ส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน” ประเทศไทยในฐานะ ศูนย์กลางของ UN ในภูมิภาคของเรา โดยเป็นที่ตั้งของหน่วยงาน UN กว่า 40 แห่ง รวมถึง UNESCAP ดิฉันขอให้พวกเราเป็นเจ้าภาพที่ดีและสนับสนุนการดำเนินงานของ UN ในประเทศไทยและในภูมิภาค เพื่อให้ UN สามารถทำงานตอบสนองต่อความต้องการของประเทศสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเทศไทยยินดีต่อความสำเร็จของการประชุมสุดยอดเพื่ออนาคตเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เราต้องทำให้คำมั่นเพื่ออนาคต หรือ Pact for the Future เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ดิฉันเชื่อว่า ความมุ่งมั่นที่จะทำให้โลกของเราดีขึ้นคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความปรารถนาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นทางการเมือง การลงมือทำ และการสนับสนุนของทุกประเทศ รวมทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ดิฉันขอย้ำว่า รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ต่อการดำเนินงานของ UN และประชาคมโลก เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้นสำหรับพวกเราทุกคนในวันนี้ เยาวชนและคนรุ่นต่อไปในอนาคต
ขอบคุณค่ะ
*****
ผู้สนใจสามารถกดเข้าฟังไฟล์เสียงได้ผ่านลิงก์นี้:
https://www.youtube.com/watch?v=yg-ZP296tUk
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
Ministry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.