สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันที่ 24 สิงหาคม 2569

วันที่นำเข้าข้อมูล 24 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 ส.ค. 2569

| 17 view

สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์

โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น.

  ณ ห้องประชุมกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

 

  • สรุปผลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ (17 – 22 สิงหาคม 2569)
  • เมื่อวันที่ 17 - 22 สิงหาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียและนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์
  • การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับทั้งสองประเทศอย่างครอบคลุมและ รอบด้าน โดยการเยือนทั้งสองประเทศในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง และเป็นการเยือนออสเตรเลียระดับนายกรัฐมนตรีในรอบ 14 ปี ขณะที่เป็นการเยือนนิวซีแลนด์ระดับนายกรัฐมนตรีในรอบ 13 ปี
  • การเยือนออสเตรเลียระหว่างวันที่ 18 - 19 สิงหาคม ณ นครซิดนีย์และกรุงแคนเบอร์รา
    • นายกรัฐมนตรีได้พบหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย โดยนายกรัฐมนตรี
      ทั้งสองฝ่ายมุ่งกระชับความร่วมมือในทุกมิติ และมุ่งขยายบทบาทและความร่วมมือในกรอบอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
    • ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนานระหว่างกัน ซึ่งจะครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 และหารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน พลังงาน วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และความมั่นคงและการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ วัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระดับประชาชน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องพัฒนาการสำคัญในภูมิภาคที่สำคัญ
    • ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับออสเตรเลีย 2 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ และ (2) แถลงการณ์ว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หลังจากนั้น มีการแถลงข่าวร่วม ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ย้ำความมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ รวมทั้งขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย - ออสเตรเลียให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
    • รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้หารือกับนางสาวเพนนี หว่อง รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศออสเตรเลียเกี่ยวกับแนวทางการขยายความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและการเสริมสร้างความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการสำคัญในภูมิภาค
    • นายกรัฐมนตรีและคณะยังได้พบหารือกับผู้แทนระดับสูง และภาคส่วนต่าง ๆ ของฝ่ายออสเตรเลีย ได้แก่

            (1) ผู้สำเร็จราชการแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย 

            (2) ผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์

            (3) หัวหน้าพรรค Liberal Party of Australia และผู้นำฝ่ายค้าน

    • นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับมุมมองของไทยต่อพัฒนาการสำคัญในภูมิภาค และหารือกับผู้บริหารสถาบัน Lowy ซึ่งเป็น think tank ที่มีชื่อเสียงของออสเตรเลีย
    • นายกรัฐมนตรีได้ร่วมพบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนออสเตรเลีย โดยยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการเดินหน้าส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งและเอื้อต่อการค้าและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และย้ำถึงความพร้อมในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับออสเตรเลีย โดยเฉพาะในสาขาเกษตรกรรม พลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ การผลิตขั้นสูง และการศึกษา
    • อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation (CSIRO) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการดำเนินกิจกรรมวิจัยร่วมกันในสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ ตลอดจนแสวงหาสาขาอื่น ๆ ที่อาจเป็นประโยชน์และมีศักยภาพเพื่อผลักดันความร่วมมือต่อไป

  • การเยือนนิวซีแลนด์ระหว่างวันที่ 20 - 22 สิงหาคม 2569 ณ นครโอ๊คแลนด์

    • นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ โดยทั้งสองฝ่าย
      ได้ยินดีต่อการครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้ และเห็นพ้องจะร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง โดยเฉพาะการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งจะส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันทางเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย – นิวซีแลนด์ (Thailand – New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) ที่มีเป้าหมายขยายมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่าภายในปี ค.ศ. 2045 ตลอดจนจะส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนด้วยการกลับมาให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ - นครโอ๊คแลนด์ เร็ว ๆ นี้ รวมถึงการกระชับความร่วมมือด้านการศึกษา และผลักดันความร่วมมือในกรอบอาเซียน - นิวซีแลนด์ควบคู่ไปกับความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
    • ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ โดยมีแผนปฏิบัติการร่วมฯ ฉบับ ค.ศ. 2026 – 2030 เป็นแนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ใน 4 เสาสำคัญ ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม วัฒนธรรมและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี
    • นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารซึ่งเป็นผลลัพธ์การเยือนสำคัญอีก 3 ฉบับ ได้แก่

                (1) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์

                (2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนของไทย และ Education New Zealand และ

                (3) บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

  • นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมพบหารือกับผู้แทนภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ เกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในประเทศไทย จุดแข็งทางยุทธศาสตร์และศักยภาพของไทย ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ รวมถึงด้านการวิจัยและพัฒนา อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงของภาคเอกชนระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited และระหว่างบริษัท Top Flying Limited ของไทยกับบริษัท NZAero ของนิวซีแลนด์

  • ในการเยือนทั้งสองประเทศ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้เยี่ยมและพบปะพูดคุยกับชุมชนไทย ทั้งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์


2. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดเดินทางเยือนไนจีเรียและเอธิโอเปียอย่างเป็นทางการ (25 – 29 สิงหาคม 2569)

  • รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางเยือนไนจีเรียและเอธิโอเปียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 25 – 29 สิงหาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์กับภูมิภาคแอฟริกาในทุกมิติตามนโยบาย Thailand – Africa Initiative (TAI) ตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและ
    การลงทุนกับไนจีเรียและเอธิโอเปีย ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านการเมืองและเศรษฐกิจของแอฟริกา โดยการเดินทางครั้งนี้จะมีคณะภาคเอกชนไทยจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเดินทางด้วย
  • ในการเยือนไนจีเรีย รองนายกรัฐมนตรีฯ มีกำหนดเข้าเยี่ยมคารวะรองประธานาธิบดีไนจีเรีย และพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไนจีเรีย รวมถึงประธานคณะกรรมาธิการประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (Economic Community of West African States: ECOWAS) ที่กรุงอาบูจา และจะนำคณะนักธุรกิจไทยเข้าร่วมงานเสวนาทางธุรกิจ “Thailand – Nigeria Business Forum” ที่นครเลกอส
  • ในการเยือนเอธิโอเปีย รองนายกรัฐมนตรีฯ มีกำหนดพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเอธิโอเปีย และผู้แทนระดับสูงของสหภาพแอฟริกา (African Union) ซึ่งตั้งอยู่ที่เอธิโอเปีย และจะกล่าวปาฐกถาในงานประกาศนโยบาย Thailand – Africa Initiative (TAI) ให้แก่คณะทูตานุทูต ภาครัฐ ภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศในเอธิโอเปีย นอกจากนี้ จะนำคณะนักธุรกิจไทยเข้าร่วมกิจกรรมทางธุรกิจ “Thailand – Ethiopia: Building Business Bridges” เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจของภาคเอกชนไทยกับเอธิโอเปียที่กรุงอาดดิสอาบาบาด้วย โดยเฉพาะในฐานะที่เอธิโอเปียเป็นฐานการผลิตและโลจิสติกส์ที่สำคัญในแอฟริกาตะวันออก
  • การเดินทางเยือนไนจีเรียและเอธิโอเปียในครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการเยือนทวีปแอฟริกาอย่างเป็นทางการของรองนายกรัฐมนตรีฯ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และยกระดับความสัมพันธ์ไทย – แอฟริกาอย่างเป็นรูปธรรม

 

สามารถรับชมได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/1DndU5Gxd8/

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ