สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น.

สรุปการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง วันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น.

วันที่นำเข้าข้อมูล 20 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 20 มี.ค. 2569

| 6 view

สรุปการแถลงข่าว
ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

 

  1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรงและขยายวงจากเป้าหมายทางทหารไปสู่การแลกเปลี่ยนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • มีการโจมตีเขตนิคม Ras Laffan Industrial City ในกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอันดับต้น ๆ ของโลก ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบพลังงานในภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ
  • เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

 

  1. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
  • ในส่วนของแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คนที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ติดต่อกับครอบครัวตั้งแต่เกิดเหตุและอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็ว
  • กรมการกงสุล โดยสำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดนครราชสีมา จะลงพื้นที่ไปเยี่ยมญาติผู้เสียชีวิต โดยกระทรวงการต่างประเทศจะร่วมมือกับกระทรวงแรงงานเพื่อติดตามเรื่องเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอลอย่างใกล้ชิด
  • เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมผู้ช่วยทูตฝ่ายแรงงาน ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนแรงงานในเมืองต่าง ๆ ของอิสราเอล เพื่อสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจแรงงานไทยอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงให้ผู้บริหารกรมการกงสุลพูดคุยระบบทางไกลกับแรงงานไทยในพื้นที่ เพื่อสะท้อนความเป็นอยู่และความต้องการด้านต่าง ๆ โดยขณะนี้ แรงงานไทยยังมีขวัญกำลังใจดี โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้ติดตามประกาศและคำเตือนในด้านต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการประสานการอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน จากเมืองบันดา อับบาส และนักศึกษาจากเมืองกุม 6 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน เดินทางทางบกข้ามไปตุรกีเพื่อเดินทางกลับไทยต่อไป
  • เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” โดยให้กองทัพเรืออิหร่านสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าว อีกทั้งกล่าวถึงการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายอิหร่านรับทราบและอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ รัฐมนตรีฯ ย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต ซึ่งฝ่ายอิหร่านขอให้ไทยและประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องให้หยุดการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว
  • ในกรณีนิคมอุตสาหกรรมในกาตาร์ถูกโจมตีโดยขีปนาวุธอิหร่าน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮาได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับแรงงานไทย 35 คน ในพื้นที่ ทราบว่า ทุกคนปลอดภัย มีขวัญและกำลังใจดี และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • ขอให้ชาวไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด
  • ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,209 คน
  • รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย