สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ วันที่ 17 กรกฏาคม 2569
วันที่นำเข้าข้อมูล 17 ก.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 17 ก.ค. 2569
| 184 view
สรุปการแถลงข่าวประจำสัปดาห์
โดยอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น.
ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ
- รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศติดตามนายกรัฐมนตรีในการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ
- เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกำหนดการเยือนตั้งแต่วันที่ 16 - 20 กรกฎาคม 2569
- การเยือนจีนในครั้งนี้ เป็นการกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีน ให้แน่นแฟ้นและสร้างประโยชน์สำหรับประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในสาขาใหม่ ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง
- โดยในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฯ จะเดินทางเยือนเมืองสำคัญของจีน 3 เมือง ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และนครเฉิงตู
- โดยในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ติดตามนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026 ที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด "พันธมิตรอัจฉริยะ ร่วมสร้างอนาคต” (AI Partnership for a Brighter Future)
- นอกจากนี้ ในการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนด (1) เข้าเยี่ยมคารวะนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (2) ประชุมทวิภาคีแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และ (3) พบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติต่าง ๆ ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม
- รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 59 และการประชุมระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง (AMM/PMC) ที่กรุงมะนิลา
- ในช่วงสัปดาห์หน้า รองนายกรัฐมนตรีฯ มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ครั้งที่ 59 การประชุมระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกิจกรรมครบรอบ 50 ปีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) ซึ่งรวมถึงการประชุมอัครภาคีแห่ง TAC ระหว่างวันที่ 20 - 25 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยคาดว่าจะมีรัฐมนตรีต่างประเทศหรือผู้แทนจาก 69 ประเทศและองค์กร เข้าร่วม
- ในชั้นนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมทั้งหมด 17 รายการ เพื่อหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจาของอาเซียน เกี่ยวกับการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในอาเซียน แนวทางการรับมือกับความท้าทายจากทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค รวมทั้งแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สำคัญ
- รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังจะทำหน้าที่เป็นประธานร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน - เกาหลีใต้ ในฐานะที่ไทยเป็นประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน - เกาหลีใต้ วาระปี 2567 - 2570 และผู้ดำเนินการประชุมในช่วงการประชุมอัครภาคีแห่งสนธิสัญญา TAC ภายใต้หัวข้อ “Advancing Cooperation in Addressing Emerging Threats and Challenges” ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศชิลี
- ในการเข้าร่วมการประชุม AMM/PMC ครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ จะสานต่อการผลักดันแนวทางเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ผ่านหลักการ 3R ได้แก่ Regionalism, Resilience และ Relevance ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา และจะขับเคลื่อนความร่วมมือที่ไทยให้ความสำคัญในการส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค อาทิ (1) การบริหารจัดการกับประเด็นปัญหาท้าทาย เช่น ออนไลน์สแกม(2) การส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน (3) สถานการณ์ในเมียนมา โดยเน้นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับอาเซียนอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือแนวทาง calibrated re-engagement เพื่อที่จะเกิดการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ (5PC) ของอาเซียน อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในห้วงที่ผ่านมารองนายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวพัฒนาการในรายละเอียดในเรื่องนี้ด้วยแล้ว และหารือแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการของสถานการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจของไทย และประชาคมระหว่างประเทศ
- พัฒนาการสถานการณ์ไทย - กัมพูชา
กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)
- หลังจากที่ไทยและกัมพูชาได้แต่งตั้งผู้ประนอมฝ่ายละ 2 คนแล้ว ขณะนี้ ผู้ประนอมทั้ง 4 คน อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการประนอม ซึ่งเดิมจะเวลา 30 วันในการคัดเลือก คือภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569
- ล่าสุด ฝ่ายไทยและกัมพูชาได้เห็นชอบที่จะขยายระยะเวลาการคัดเลือกประธานฯ ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของผู้ประนอมทั้ง 4 คน โดยจะขยายเวลาจากเดิมภายในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เป็นภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เพื่อให้มีเวลาในการสรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุดและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมากที่สุด
- ผู้ประนอมที่จะทำหน้าที่ประธานฯ ควรเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ มีประสบการณ์ทางการทูต มีความเป็นกลาง และเข้าใจบริบทสถานการณ์ไทย - กัมพูชาอย่างรอบด้าน โดยมีหน้าที่หลักในการหาทางออกที่ยั่งยืนและทั้งสองฝ่ายยอมรับได้
- การเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ประนอมที่ได้รับการแต่งตั้งไว้แล้วทั้ง 4 คน แต่การที่จะใช้เวลามากขึ้นเพื่อสรรหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมากที่สุด จะเป็นประโยชน์ต่อความพยายามในการทำงานเพื่อแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย
- หลังจากที่มีผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการแล้ว จะมีการประชุมนัดแรกเพื่อหารือเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงาน รวมถึงกำหนดระเบียบปฏิบัติ (RoP) ของกระบวนการประนอมต่อไป
- ขอย้ำว่า กระบวนการประนอมถือเป็นการหารือภายใต้กลไกทวิภาคีที่มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางเข้ามาช่วยเสนอแนะทางออกของปัญหา ซึ่งในที่สุด ข้อเสนอแนะจากกระบวนการประนอมไม่ได้มีผลบังคับขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและหารือของทั้งสองฝ่ายที่จะบรรลุข้อตกลงหรือไม่
- กระทรวงฯ และหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ด้วยความเป็นมืออาชีพและโปร่งใส บนพื้นฐานของกฎหมายไทย หลักการสากล และกฎหมายระหว่างประเทศ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และผลประโยชน์ของชาติ
สามารถรับชมได้ที่ https://www.facebook.com/share/v/19fSe2ByUc/
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบTOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.