กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ เข้าเยี่ยมคารวะเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครโฮจิมินห์ เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง

วันที่นำเข้าข้อมูล 5 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 ต.ค. 2569

| 31 view
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นางสาววีรกา มุทิตาภรณ์ กงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์ พร้อมด้วยข้าราชการสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนาย Tran Luu Quang สมาชิกกรมการเมือง และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครโฮจิมินห์ เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง
 
ในโอกาสดังกล่าว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครโฮจิมินห์ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมกงสุลใหญ่ฯ สำหรับการมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนครโฮจิมินห์กับไทยตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ฯ ยังเน้นย้ำด้วยว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ (State visit) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ได้สร้างความประทับใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวเวียดนาม ซึ่งส่งผลสำคัญในการเสริมสร้างความสนิทสนมและความไว้วางใจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก
 
นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคฯ ได้เน้นย้ำถึงศักยภาพและจุดแข็งของภาคธุรกิจไทยในสาขาอุตสาหกรรมชีวภาพ ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่า นครโฮจิมินห์ใหม่ ซึ่งมีพื้นที่และโอกาสในการพัฒนาเพิ่มขึ้นจากการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคกับจังหวัดบ่าเสียะ-หวุงเต่าและจังหวัดบิ่ญเซืองเดิม ประกอบกับมีกลไกและนโยบายเฉพาะด้านการลงทุนและการค้า จะเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจและมีศักยภาพสำหรับนักลงทุนไทยในอนาคตต่อไป
 
ในโอกาสนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้เน้นย้ำว่า ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีของการดำรงตำแหน่งนั้น ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามได้บรรลุหมุดหมายสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะการยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) และการร่วมกันเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ (สิงหาคม 2519-สิงหาคม 2569) นอกจากความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแล้ว การแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ยังถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศด้วย
 
ในโอกาสนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารนครโฮจิมินห์ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในนครโฮจิมินห์ สำหรับการสนับสนุนและความร่วมมือตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา และยืนยันว่า หลังจากพ้นจากตำแหน่งแล้ว จะยังคงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพระหว่างไทยกับเวียดนามให้แน่นแฟ้นต่อไป

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ