รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ในช่วงสัปดาห์ผู้นำ (UNGA81 High-level Week) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก

วันที่นำเข้าข้อมูล 19 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 19 ก.ย. 2569

| 33 view

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเข้าร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ในช่วงสัปดาห์ผู้นำ (UNGA81 High-level week) ระหว่างวันที่ 21-24 กันยายน 2569 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ในห้วงการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทยในการอภิปรายทั่วไป (General Debate) และพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของสหประชาชาติและผู้นำประเทศต่าง ๆ ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดพบหารือกับผู้แทนองค์การระหว่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต่าง ๆ และกล่าวสุนทรพจน์ที่ Asia Society ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำของสหรัฐฯ รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมการประชุมคู่ขนานเกี่ยวกับประเด็นสำคัญต่างๆ ระดับโลก

การเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในครั้งนี้ ตรงกับวาระการครบรอบ 80 ปีของการเป็นสมาชิกสหประชาชาติของไทยในปี 2569 โดยไทยจะใช้โอกาสนี้ย้ำความสำคัญของการสนับสนุนระบอบพหุภาคีที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง และการส่งเสริมความร่วมมือในการขับเคลื่อนวาระของสหประชาชาติในทั้ง 3 เสาหลัก ได้แก่ สันติภาพและความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ ได้แก่ การเร่งขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ความร่วมมือด้านวาระสาธารณสุขระดับโลก และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงการปฏิรูปสหประชาชาติให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

อนึ่ง การประชุมสมัชชาสหประชาชาติเป็นเวทีการประชุมพหุภาคีที่สำคัญและใหญ่ที่สุด โดยมีกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2488 โดยในปีนี้ นาย Khalilur Rahman ชาวบังกลาเทศ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 (President of the UNGA81: PGA81) และหัวข้อหลักของการประชุมฯ ได้แก่ “Restoring Trust, Managing Transformation: A United Nations That Delivers for All” หรือ “การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สหประชาชาติสามารถตอบสนองแก่ทุกฝ่าย”