เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ในโอกาสการเยือนประเทศไทย
ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความสำคัญของความเป็นพันธมิตรไทย - สหรัฐฯ โดยรัฐมนตรีฯ ย้ำความประสงค์ของไทยที่จะเสริมสร้างและยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ช่วยรัฐมนตรีสหรัฐฯ เห็นพ้องและย้ำถึงความสำคัญของไทยต่อสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรเก่าแก่ในภูมิภาคและพันธมิตรหลักนอกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (Major Non-NATO Ally) ทั้งยังแจ้งเกี่ยวกับแผนการมอบความช่วยเหลือทางการทหาร (Foreign Military Financing: FMF) สำหรับประเทศไทย จำนวน 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายร่วมกันที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ
ฝ่ายสหรัฐฯ ยินดีกับบทบาทนำของไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on Global Partnership against Online Scams) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งคณะผู้แทนสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วยและพร้อมกระชับความร่วมมือระหว่างกันในด้านนี้ต่อไป อีกทั้ง ฝ่ายสหรัฐฯ แจ้งเกี่ยวกับความร่วมมือภายใต้กรอบ Mekong - U.S. Partnership (MUSP) จำนวน 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายจะมีการหารือกันในรายละเอียดต่อไป ขณะที่ในด้านความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายหารือถึงสถานะความคืบหน้าของการเจรจาร่างความตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทนไทย - สหรัฐฯ ซึ่งผู้ช่วยรัฐมนตรีสหรัฐฯ ประสานงานกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งยังหารือกันถึงโอกาสของความร่วมมือด้านแร่ที่มีความสำคัญ (critical minerals) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์
ทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งผู้ช่วยรัฐมนตรีสหรัฐฯ ยินดีกับข้อตกลงหยุดยิงและการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย โดยเห็นว่าเป็นพัฒนาการที่สำคัญและแสดงความเสียใจกรณีทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมทั้งแสดงความเข้าใจเกี่ยวกับการปกป้องอธิปไตยของประเทศและการดำเนินการที่จำเป็นของไทย ซึ่งรัฐมนตรีฯ ขอบคุณบทบาทสนับสนุนของสหรัฐฯ ในห้วงที่ผ่านมา และเห็นว่าสถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง โดยย้ำความมุ่งมั่นของไทยที่จะสร้างความมั่นใจว่าข้อตกลงหยุดยิงจะได้รับการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและส่งเสริมการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ตลอดจนการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชาให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายหารือเกี่ยวกับพัฒนาการในภูมิภาค ทั้งในกรอบอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา
นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เมื่อปี 2563 - 2564 และเดินทางเยือนประเทศไทยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยมีกำหนดเข้าพบรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ ด้วย