ผลการเยือน สปป. ลาว อย่างเป็นทางการ และการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย - ลาว ครั้งที่ 23 ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
วันที่นำเข้าข้อมูล 6 ต.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 6 ต.ค. 2569
เมื่อวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) อย่างเป็นทางการและเป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) ว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-ลาว ครั้งที่ 23 ร่วมกับนายทองสะหวัน พมวิหาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว
การประชุม JC ไทย-ลาว ครั้งที่ 23 เป็นการประชุม JC ครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือใน 3 ด้านสำคัญ ดังนี้
(1) ด้านการเมืองและความมั่นคง เห็นพ้องแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงและขับเคลื่อนกลไกทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย-ลาว โดยเฉพาะในระดับจังหวัดและแขวงชายแดน และเพิ่มความร่วมมือในการจัดการความมั่นคงข้ามชาติ อาทิ ยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องเร่งรัดการดำเนินการตามผลการหารือภายใต้กรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–ลาว (JBC) ให้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน
(2) ด้านเศรษฐกิจและการเชื่อมโยง เห็นพ้องอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการขนส่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าทวิภาคี 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 370,000 ล้านบาท) ภายในปี 2570 เร่งส่งเสริมความเชื่อมโยงทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบ เพื่อให้การคมนาคมขนส่งทางบกจากไทยไป สปป.ลาว และประเทศที่สาม รวมทั้งภูมิภาคอื่น ๆ เป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ สองฝ่ายยังได้ย้ำความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงทางพลังงาน โดยส่งเสริมความร่วมมือภายใต้ ASEAN Power Grid เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์พลังงานโลก
(3) ด้านสังคมและการพัฒนา ไทยย้ำการสนับสนุน สปป. ลาว เพื่อเปลี่ยนผ่านจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC) ในเดือนพฤศจิกายน 2569 อย่างราบรื่น สองฝ่ายมุ่งกระชับความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ผ่านการดำเนินงาน อาทิ แผนงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาไทย–ลาว ระยะ 3 ปี ของ TICA การศึกษา สาธารณสุข และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะหมอกควันข้ามแดน (PM2.5) และการบริหารจัดการน้ำ
โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายยังได้เป็นสักขีพยานในการลงนามและแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ ได้แก่
1. การลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรระหว่าง จ. น่าน กับแขวงหลวงพระบาง
2. การแลกเปลี่ยนแผนการปฏิบัติงานก่อสร้างหลักเขตแดนทางบกระหว่างไทย - ลาว และแผน การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตามลำน้ำเหือง ระหว่างกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กับห้องการคณะกรรมการชายแดนแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว
3. การประกาศการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน (Financial Assistance Agreement) โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่เชียงแมน - หลวงพระบาง สปป. ลาว ระหว่างสำนักงานพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) กับกระทรวงการเงิน สปป. ลาว
ในโอกาสการเยือน สปป. ลาว ครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว (ในขณะนั้น) โดยได้หารือแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือไทย-ลาวในทุกมิติ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค และความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้เยี่ยมชมจุดเชื่อมโยงทางด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ได้แก่ (1) ศูนย์โลจิสติกส์นครหลวงเวียงจันทน์ (Vientiane Logistics Park) เพื่อหารือแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของภูมิภาค และ (2) จุดก่อสร้างสะพานเชียงแมน – หลวงพระบาง ซึ่งจะสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดน่านกับนครหลวงพระบาง ทั้งในด้านการค้า การคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยว
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบMinistry of Foreign Affairs
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.