สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่นำเข้าข้อมูล 13 เม.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 เม.ย. 2569
| 200 view
นางสุพรรณวษา โชติกญาณ ถัง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ได้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CU Technology Management and Innopreneurship Program - CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เมืองออร์ฮูส เมื่อระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และที่กรุงโคปนเฮเกนและพื้นที่ใกล้เคียงเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU) ซึ่งเป็นส่วนงานในสังกัดสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่มีภารกิจในการเชื่อมโยงนวัตกรรม ความร่วมมือทางธุรกิจ และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างไทยและเดนมาร์ก เป็นผู้อำนวยความสะดวกนัดหมายกับหน่วยงานภาครัญและเอกชนของเดนมาร์กที่เกี่ยวข้อง
เอกอัครราชทูตฯ และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับคณะจากหลักสูตร CUTIP ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของเมืองออร์ฮูส เมืองใหญ่อันดับ ๒ ของเดนมาร์ก ที่มุ่งเป้าสู่การเป็นศูนย์กลาง (hub) ด้านนวัตกรรมของเดนมาร์ก โดยมีจุดเด่นได้แก่ ระบบนิเวศในการบ่มเพาะนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และมีการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public – Private Partnerships – PPP) ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เมืองอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย
(๑) ITK (Innovation, Teknologi og Kreativitet) ซึ่งเป็นแผนกหนี่งในเทศบาลเมืองออร์ฮูส มีหน้าที่พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบ open source ในการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีองค์ประกอบสำคัญได้แก่ Center for Innovation in Aarhus (CFIA) ที่ทำงานในรูปแบบหุ้นส่วนร่วมกับแผนกอื่น ๆ ในเทศบาล ภาควิชาการ และประชาชนทั่วไป เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม และ Aarhus City Lab ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบและจัดแสดงนวัตกรรม smart city solutions ที่เป็นผลจากจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในเมืองออร์ฮูส อาทิ การทดลองการใช้หุ่นยนต์เพื่อให้บริการต่าง ๆ (เช่น ขนส่ง และทำความสะอาด เป็นต้น) ในพื้นที่สาธารณะของเทศบาล ทั้งนี้ ITK ตั้งอยู่ที่ DOKK1 ซึ่งเป็นอาคารในรูปแบบ citizen house ซึ่งรวมหน่วยงานราชการสำคัญ ห้องสมุด และพื้นที่สาธารณะไว้ในอาคารเดียวกัน เพื่อความสะดวกของประชาชนในการเข้าถึง และเป็นหนึ่งใน landmark สำคัญของเมืองในบริเวณที่เคยซบเซาให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ
(๒) INCUBA ซึ่งเป็นอุทธยานวิทยาศาสตร์และศูนย์กลางด้านนวัตกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของดูแล Aarhus University Research Foundation (AUFF) มีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะและสนับสนุนการพัฒนาของธุรกิจ startups และ spinoffs ที่มาจากการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการให้เช่าพื้นที่สำนักงานและให้บริการที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจ การจัดหลักสูตรเพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจ (acceleration program) การเชื่อมโยงบริษัทกับนักลงทุน และการสนับสนุนพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างบริษัทต่าง ๆ ที่เครือ INCUBA ในโอกาสนี้ ทางคณะยังได้รับฟังการบรรยายจากบริษัทประสบความสำเร็จที่ใช้บริการของ INCUBA ได้แก่ บริษัท Mindway AI (ให้บริการระบบ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมการพนันที่ผิดปกติสำหรับบริษัทรับพนันออนไลน์) บริษัท ARAS (ให้บริการปรับห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการพัฒนาผลิตพันธ์ให้เป็นระบบดิจิตัล) และบริษัท SCALGO (ให้บริการระบบที่ใช้ตรวจวัดปริมาณและแนวทางการไหลของน้ำฝนเพื่อช่วยการบริหารจัดการน้ำ)
(๓) The Kitchen ซึ่งเป็นศูนย์กลางและหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ startups ในสังกัดมหาวิยาลัยออร์ฮูส โดยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนักศึกษาและนักวิจัยในการพัฒนาผลการวิจัยไปสู่การจัดตั้งเป็นบริษัท startups และสนับสนุนให้บริษัทประสบความสำเร็จ โดยการจัดสรรพื้นที่ให้นักศึกษาและนักวิจัยบริหารจัดการบริษัทของตน พร้อมให้คำแนะนำจากคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้ที่ประสบความสำเร็จในอดีต โดยทางคณะได้รับฟังการบรรยายจากนักศึกษาปริญญาเอกเกี่ยวกับการทำโครงการวิจัยชื่อ LAB99 ภายใต้ Junior Innovator Project ของ the Kitchen โดยโครงการวิจัยดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจ Startups ที่ไม่ใช่ Unicorn ด้านเทคโนโลยี ให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ The Kitchen มีจุดเด่นในการสร้างบริบทที่เอื้ออำนวยในการบ่มเพาะธุรกิจ startups จากภาควิชาการ โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในมหาวิยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีให้มหาวิทยาลัยในประเทศไทยนำไปปรับใช้
สำหรับการศึกษาดูงานที่กรุงโคเปนเฮเกนและพื้นที่ใกล้เคียง คณะได้เข้าศึกษาดูงานที่ ARGO ซึ่งเป็นโรงงานเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและความอบอุ่นซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองรอสคิลด์ ห่างจากกรุงโคเปนเฮเกน ๔๐ กิโลเมตร โดยเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการเผาขยะประสิทธิภาพสูงที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย รวมถึงการปรับปรุงโรงงานเพื่อมุ่งสู่การดักจับคาร์บอน ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวผลิตไฟฟ้าให้กว่า ๖๕,๐๐๐ ครัวเรือน และผลิตนำร้อนเพื่อระบบให้ความอบอุ่นครอบคลุมกว่า ๔๐,๐๐๐ หลังคาเรือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมเพื่อผลิตพลังงานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้เข้ารับฟังการบรรยายจากผู้แทน United Nations Environment Programme (UNEP) ที่อาคาร UN City ที่กรุงโคเปนเฮเกน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ UNEP Copenhagen Climate Center (UNEP CCC) ในการถ่ายโอนเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาโดนอาศัยแนวทาง Technology Need Assessment (TNA) ซึ่งในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการดำเนินความร่วมมือกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ของไทยในการทำ TNA นี้
การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะอาจารย์และนิสิตได้สอบถามและเรียนรู้แนวทางของเดนมาร์กในการพัฒนา บ่มเพาะและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม รวมถึงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทั้งภาครัฐและเอกชนเดนมาร์กที่ประสบความสำเร็จในการนำผลงานการวิจัยไปพัฒนาไปต่อยอดในการให้บริการประชาชนและเชิงธุรกิจต่อไป ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานฝ่ายเดนมาร์ก เพื่อเป็นรากฐานของความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต
ในโอกาสเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ เอกอัครราชทูตฯ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะอาจารย์และนิสิต ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต และคู่สมรสเข้าร่วม โดยได้หารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับหลักสูตร CUTIP และหัวข้อวิทยานิพนธ์ของนิสิต ซึ่งครอบคุลมหัวข้อที่หลากหลาย อาทิ การจัดการขยะ การจัดการด้านความสะอาดและสุขอนามัย และการสินค้าที่มาจากนวัตกรรม
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ
TOP
กระทรวงการต่างประเทศ
Ministry of Foreign Affairs
Ministry of Foreign Affairs
443 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
วันทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.
(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
งานรับ-ส่งหนังสือ และงานสารบรรณ:
อีเมล [email protected]
เว็บไซต์นี้ได้รับการออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าถึงเว็บไซต์ได้และมีมาตรฐาน WCAG 2.0 ระดับ AA
** เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุดควรใช้ Chrome เวอร์ชั่น 76 ขึ้นไป **
เบอร์ติดต่อ : 0-2203-5000
โทรสาร : 02-643-5018
Copyright © 2012-2014 Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. All rights reserved.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.
Ministry of Foreign Affairs Sri Ayudhya Road, Bangkok 10400 Thailand Tel. 0-2203-5000 Thailand.