สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ร่วมการประชุมสัมมนาด้านการตรวจลงตราและกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ณ เขตเฉิงโข่วและอู๋ซี นครฉงชิ่ง

วันที่นำเข้าข้อมูล 15 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 15 ก.ย. 2569

| 12 view

เมื่อวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 นางอรวรา ดิลกนวฤทธิ์ กงสุล เข้าร่วมการประชุมสัมมนาด้านการตรวจลงตราและกิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ณ เขตเฉิงโข่วและอู๋ซี นครฉงชิ่ง ซึ่งจัดโดยสำนักงานการต่างประเทศนครฉงชิ่ง ร่วมกับคณะกรรมการวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งนครฉงชิ่ง โดยมีผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่ต่างประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมา สเปน เนปาล เวียดนาม อุรุกวัย และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยภายในงานสัมมนาได้เปิดโอกาสให้ผู้แทนสถานกงสุลต่างประเทศแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตรวจลงตราตลอดจนศึกษาแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของพื้นที่เขตเฉิงโข่วและอู๋ซี นครฉงชิ่ง โดยเฉพาะการนำทรัพยากรธรรมชาติและทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่า ควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ในการนี้ นางอรวราฯ และคณะได้เดินทางไปยังเขตเฉิงโข่ว ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่ของอาณาจักรโบราณ “ปา” ก่อนยุคราชวงศ์ฉิน และเป็นหนึ่งในสี่แหล่งสำคัญของจีนด้านการผลิต “ยางรักธรรมชาติ” หรือ “น้ำยางต้นรัก” ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องเขินที่มีประวัติยาวนานกว่า 3,000 ปี สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ “เครื่องเขินต้ามู่” และถนนสายเก่ากองทัพแดงเมืองถู่เฉิง ซึ่งนำเสนอประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านกิจกรรม อาทิ การขับร้องเพลงพื้นบ้าน การปักพื้นรองเท้า และการประกอบอาหารท้องถิ่น ตลอดจนขึ้นเขาต้าปาสัมผัสธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ “คังเจียจ้าย”

จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังเขตอู๋ซี ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดวัฒนธรรม “อู๋ปา” และมีประวัติศาสตร์การผลิตเกลือด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติมายาวนานกว่า 5,600 ปี อีกทั้งได้รับการขนานนามว่าเป็น “บ้านเกิดปลาเผานานาชาติ” โดยได้เยี่ยมชมเมืองโบราณหนิงฉาง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโฮ่วซีและเคยเป็นแหล่งผลิตเกลือสำคัญ พร้อมทั้งเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติหงฉือป้า  แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และพิพิธภัณฑ์อู๋ซี ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ผ่าน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ อู๋ซีเชิงนิเวศ อู๋ซีเชิงวัฒนธรรม และอู๋ซีในประวัติศาสตร์การปฏิวัติ นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเด่นของอู๋ซีคือ “ผ้าปักปา – ผ้าปักแต่งงานอู๋ซี” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความเชื่อของคนในท้องถิ่น 

การเข้าร่วมการประชุมสัมมนาและเยี่ยมชมเขตเฉิงโข่วและอู๋ซีในครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่นำทรัพยากรธรรมชาติและทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นจุดแข็ง ควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเป็นตัวอย่างของการนำมรดกทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่แหล่งท่องเที่ยว แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ เนื่องจากเฉิงโข่วและอู๋ซีเป็นพื้นที่ห่างไกล โดยเฉิงโข่วเป็นพื้นที่สุดท้ายของนครฉงชิ่งที่ระบบทางด่วนเข้าถึง การยกระดับระบบคมนาคมได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกับพื้นที่โดยรอบ และสนับสนุนการขยายตัวของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ