ข่าวกิจกรรมกระทรวงฯและสถานทูต :  การสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการเสริมสร้างต้นกล้าความดี ตามวิถีพอเพียง  ปี 2561 ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวกิจกรรมกระทรวงฯและสถานทูต : การสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการเสริมสร้างต้นกล้าความดี ตามวิถีพอเพียง ปี 2561

มูลนิธิยุวทูตความดี กระทรวงการต่างประเทศ จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการต้นกล้าความดี ตามวิถีพอเพียง ปี 2561” ระหว่างวันที่ 17 - 20 มกราคม 2561  ที่โรงแรมนารายณ์  โดยมี ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ เข้าร่วมทั้งสิ้น 132 คน จาก 67 โรงเรียนที่มีทั้งโรงเรียนเล็ก (157 คน) ถึงโรงเรียนใหญ่ (3,711 คน) เข้าร่วม โดยมีนักเรียนในความดูแลกว่า 88,844  คน

การสัมมนาฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อบูรณาการความการขับเคลื่อนโครงการและกิจกรรมเสริมสร้าง ต้นกล้าความดี ให้เข้าใจและเข้าถึงความพอเพียงตามคำพ่อสอนและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง รวมทั้งให้มีบทบาทนำในการเผยแพร่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงแก่เยาวชนประเทศเพื่อนบ้าน การสัมมนาฯ จึงเป็นโอกาสให้คณะผู้บริหาร คณะครูได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวปฏิบัติในการดำเนินโครงการฯ อย่างสร้างสรรค์และบรรลุผล

ในการนี้ ฯพณฯ ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการสัมมนา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 กล่าวถึง การทำให้คนมีคุณภาพมากที่สุด ในสัดส่วนที่มากที่สุดคนจะต้องมีคุณภาพ มีความดี มีวัฒนธรรม เพื่อทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ในภาวะที่บ้านเมือง มีการแข่งขันกัน เป้าหมายของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต้องเริ่มที่ต้นกล้าความดี ซึ่งคือเด็กและเยาวชน ให้มีความพร้อม ความกล้า ความแข็งแกร่ง ที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า จึงจะต้องมีการผลักดัน ขับเคลื่อนให้มีการตื่นตัว ตามวิสัยทัศน์ของยุวทูต คือ ปลูกจิตสำนึก  ฝึกจิตอาสา  และพัฒนาโลกทัศน์ โครงการยุวทูตความดีจึงเป็นแบบอย่างของการศึกษา การเตรียมความพร้อม และ ความเป็นไปได้ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ นางสาวอุษณีย์  ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รองปลัดธานี ทองภักดีได้กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในการพัฒนาเยาวชนยุวทูตฯ ให้ก้าวไกลสู่สากล และที่ปรึกษาชัยสิริ  อนะมาน เป็นผู้กล่าวปิดการสัมมนาในหัวเรื่อง ข้อคิด ข้อควรปฏิบัติในการดำเนินโครงการต้นกล้าความดี ตามวิถีพอเพียง

การสัมมนาครั้งนี้ ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ จากผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ดร.อภิชาติ ชินวรรโณ ดร.พลเดช วรฉัตร รองปลัดภาสกร ศิริยะพันธุ์ ผู้รอบรู้และเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ดังเช่น อธิบดีกรมสารนิเทศ รองอธิบดีกรมการกงสุล รองอธิบดี กรมอาเซียน และดร.รัฐ  ธนาดิเรก ฯลฯ โดยมีการจัดแบ่ง กลุ่มปฏิบัติ (workshop) ด้าน วิชาการ วิชาชีพ วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ธรรมะและภาษาอังกฤษ รวมเป็น 6 กลุ่ม โดยมีโรงเรียนใน 67 จังหวัด เข้าร่วมในลักษณะ 1 โรงเรียน 1 จังหวัด 1 โครงการ ตามกลุ่มดังนี้

กลุ่มโครงการที่ 1 ศาสตร์พระราชา ก่อเกื้อการพัฒนาที่ยั่งยืน   มีโรงเรียนเข้าร่วมจาก 13 จังหวัด

กลุ่มโครงการที่ 2  สร้างสรรค์วิชาชีพ หล่อเลี้ยงชีวิต ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง   มีโรงเรียนเข้าร่วมจาก 14 จังหวัด

กลุ่มโครงการที่ 3  สืบสานวิถีไทย ฟื้นผืนป่า รักษาต้นน้ำ   มีโรงเรียนเข้าร่วมจาก 8 จังหวัด

กลุ่มโครงการที่ 4  รักษ์โลก – รักแผ่นดิน   มีโรงเรียนเข้าร่วมจาก 15 จังหวัด

กลุ่มโครงการที่ 5  ธรรมะกับเศรษฐกิจพอเพียง   มีโรงเรียนเข้าร่วมจาก 18 จังหวัด

กลุ่มโครงการที่ 6  ต้นกล้าความดี ก้าวสู่สากล ในวิถีพอเพียง  มีโรงเรียนเข้าร่วมจาก 14 จังหวัด

 

อนึ่ง ในการนำนวัตกรรมมาคู่กับเยาวชนไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้เชิญนายเฉลิมพล  ปุณโณทก ผู้ประดิษฐ์คิดค้น หุ่นยนต์ดินสอ และ นายสุรวิทย์ องค์กาญจนา ผู้ริเริ่มสร้างสรรค์โมเดล โขนพิพิธ มาร่วมจุดประกายความกล้าคิด กล้าทำ ที่ก้าวล้ำด้วยภูมิปัญญา นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมสัมมนาฯ ยังได้รับการพัฒนาทักษะเชิงภาษาในการสื่อสารสร้างสัมพันธ์ โดยคุณคริสโตเฟอร์ ไรท์ และคณะอาจารย์สถาบันการต่างประเทศ เทวะวงศ์วโรปการ

คณะผู้บริหารโรงเรียนที่เข้าร่วมการสัมมนาฯ ครั้งนี้ จะนำสารประโยชน์ที่ได้รับไปดำเนินโครงการบ่มเพาะนักเรียนให้เป็น ต้นกล้าความดี ในจังหวัดของตน ก่อนคัดเลือกผู้แทนนักเรียนมาเข้าค่ายอบรม ฯลฯ ที่มูลนิธิฯ กำหนดจัดขึ้นในเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2561 ต่อไป

ในการสัมมนาฯ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการฯ ได้มอบรางวัลให้กับโรงเรียน 3 โรงเรียน ที่จัดทำโครงการที่สะท้อนแบบอย่างของการปฏิบัติที่ดี ในเชิงวิชาการ วิชาชีพ และวัฒนธรรม ประกอบด้วย โครงการใช้ความคิด ปลูกจิตอาสาพัฒนาลุ่มน้ำโขง จากโรงเรียนอนุบาลเชียงของ จ.เชียงราย โครงการธนาคารขยะ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์  จากวัสดุเหลือใช้ จากโรงเรียนบ้านโคกทุ่งน้อย จ.หนองบัวลำภู และโครงการรวมใจภักดิ์ รักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นใต้ มโนราห์แอโรบิก จากโรงเรียนอนุบาลยะลา จ.ยะลา