ข่าวสารนิเทศ : การประชุมทางไกลเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากประเทศเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ศูนย์ข่าว กต.

ข่าวสารนิเทศ : การประชุมทางไกลเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากประเทศเป้าหมายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

กระทรวงการต่างประเทศจัดการประชุมหารือทางไกล กับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยใน ๑๙ ประเทศเป้าหมาย โดยมีคณะจาก EEC เข้าร่วมด้วย เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศมายังพื้นที่ EEC ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ ภายใต้นโยบายการทูตเชิงเศรษฐกิจ
 
เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๓ กระทรวงการต่างประเทศจัดการประชุมหารือทางไกลกับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยใน ๑๙ ประเทศเป้าหมาย โดยมีนายอาสา สารสิน ประธานกิตติมศักดิ์ของคณะทำงานยุทธศาสตร์การต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และผู้บริหาร สกพอ. เข้าร่วมด้วย เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศมายังพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor - EEC) หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–๑๙ 
 
ในโอกาสนี้ ดร. คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ กพอ. และคณะผู้บริหารระดับสูงของ สกพอ. ได้บรรยายสรุปถึงภาวะเศรษฐกิจไทยและผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด–๑๙ พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่จะดึงดูดการลงทุนในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล และโลจิสติกส์ ซึ่งเน้นจุดแข็งของไทยด้านการสาธารณสุขซึ่งเป็นที่ยอมรับระดับโลก กับความได้เปรียบเชิงที่ตั้งภูมิศาสตร์ของไทย จึงเป็นโอกาสที่ สกพอ. กับกระทรวงการต่างประเทศจะร่วมกันทำงานในทิศทางเดียวกัน โดยนางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการ EEC ถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศมีส่วนสนับสนุนไปสู่ผลที่เป็นรูปธรรม
 
เอกอัครราชทูตประจำประเทศ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยียม เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ และสเปน ได้หารือกับ สกพอ. เกี่ยวกับแนวทางขับเคลื่อน การประสานงานด้านข้อมูลและกลุ่มธุรกิจเป้าหมายอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้มีการสะท้อนข้อเสนอแนะจากต่างประเทศเรื่องการสร้างบรรยากาศทางธุรกิจที่เป็นมิตร การพัฒนาบุคลากรแรงงานที่มีฝีมือ และปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศพร้อมที่จะร่วมมือกับ สกพอ. ในการดำเนินการทูตเชิงเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อน EEC ไปสู่รูปธรรมต่อไป